มี 3 ทักษะสำคัญนี้แล้ว ใครก็อยากได้คุณไปทำงานด้วย

การเป็นคนเก่ง มีทักษะ ความสามารถ ถือเป็นคุณสมบัติเบื้องต้นของพนักงานที่ทุกองค์กรบริษัทต่างต้องการ เพราะคนเหล่านี้จะมีความตั้งใจในการทำงานแตกต่างจากคนทั่วไป

ตรงที่สามารถนำเอาทักษะที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับงานเพื่อพัฒนาองค์กรให้มีความก้าวไกลได้

ดังนั้นหากคุณต้องการให้บริษัทที่คุณสมัครงานรับคุณเข้าทำงาน คุณจำเป็นต้องขวนขวายเพิ่มทักษะในการทำงานให้มากขึ้น
เพื่อที่วันนึงคุณจะได้ชื่อว่าเป็นพนักงานที่มีคุณภาพ ไม่ว่าใครก็อยากทำงานด้วย

มาดูกันดีกว่าว่าทักษะอะไรบ้างที่คุณจำเป็นต้องมีเพื่อให้บริษัทต่างๆ รับคุณเข้าทำงานได้อย่างไม่ลังเล

1.มีความฉลาดทางสังคม

ความฉลาดทางสังคมจัดเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่จะช่วยให้คุณสามารถเข้ากับคนอื่นๆ ได้ง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะกับสังคมที่ทำงานในลักษณะที่คุณไม่คุ้นเคยมาก่อน โดยความฉลาดทางสังคมนั้น สามารถแบ่งออกมาได้เป็น 5 องค์ประกอบดังต่อไปนี้

รู้ทันสถานการณ์ คือความสามารถในการอ่านสถานการณ์และตีความด้านพฤติกรรมคนแต่ละบุคคล ในสถานการณ์นั้นๆ ได้ ทำให้รู้เท่าทันบุคคล เพื่อให้สามารถปรับตัวในการใช้ชีวิต และทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี

การแสดงออก ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกด้วยอวัจภาษา เช่น การใช้คำพูด, ถ้อยคำ หรืออวัจภาษา เช่น การแสดงออกด้วยท่าทาง
ซึ่งถือเป็นประโยชน์ในการใช้สื่อสารกับผู้คนรอบข้าง

ความจริงใจ คือพฤติกรรมที่แสดงออกให้เห็นว่าคุณเป็นคนมีความซื่อสัตว์ เปิดเผยตรงไปตรงมา และไม่เสแสร้ง จะสามารถทำให้เกิดความไว้ใจในกลุ่มผู้ร่วมงานภายในองค์กรได้

ความชัดเจน คือความสามารถในการอธิบายความคิด การแสดงความเห็น ซึ่งถือเป็นข้อดีในการทำงานที่จะต้องใช้ความชัดเจนของการพูด สื่อสารเพื่อให้เกิดประสิทธิผลในงานนั้นๆ

ความเห็นอกเห็นใจ ถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำงานร่วมกับคนหมู่มาก เพราะสามารถใช้เป็นตัวช่วยในการเชื่อมต่อกับผู้คนอื่นๆ ทำให้เกิดการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในกลุ่มองค์กร โดยไม่เกิดปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง ทำให้บรรยากาศในที่ทำงานมีความเป็นพี่เป็นน้อง และผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

ความฉลาดทางสังคม ถือเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ผู้สมัครงานควรมีติดตัวไว้ในการใช้ประโยชน์เพื่อการทำ งานในบริษัทหรือองค์กรที่มีกลุ่มคนเป็นจำนวนมาก เพื่อให้คุณสามารถเข้ากับกลุ่มบุคคลต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และเพื่อให้ผลของการทำงานลุล่วงไปได้ด้วยดี โดยไร้ปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลมาเป็นอุปสรรค จนทำงานให้งานล่าช้าหรือเกิดความเสียหาย

2.คิดอย่างมีวิจารณญาณ

ทักษะต่อมาที่มีความสำคัญในการนำมาใช้ในที่ทำงานก็คือ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ หรือการคิดเชิงวิพากษ์ ซึ่งก็คือความตั้งใจในการตัดสินใจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

โดยไม่เห็นคล้อยตามข้ออ้างที่นำเสนอ แต่ใช้การตั้งคำถามหรือโต้แย้งเพื่อให้เกิดการแสวงหาคำตอบที่สมเหตุสมผลมาประกอบ และยังเกี่ยวข้องกับการคิดวิเคราะห์ในงานที่ได้รับมอบหมายคิดอย่างมีเหตุผล

ทำให้เกิดเนื้องานที่ผ่านกระบวนทางความคิดมาเป็นอย่างดี ไม่ใช่แค่ว่าคิดแล้วลงมือทำ แต่ต้องคิดเป็นขั้นตอน โดยหาเหตุผล
มาสนับสนุนแนวคิดนั้นๆ แล้วนำมาประยุกต์ให้เข้ากับสิ่งที่ได้รับมอบหมาย

ซึ่งทักษะเหล่านี้จะช่วยให้ความคิดที่เกิดขึ้นนั้น มีเหตุมีผลรองรับ เมื่อถูกโต้แย้งหรือถามกลับ ก็จะมีเหตุผลมาสนับสนุนอยู่เสมอ
ซึ่งเป็นเหตุผลที่ถูกต้องตรงความเป็นจริง ไม่ใช่เหตุผลที่อ้างขึ้นมาโดยไร้ที่มาที่ไป

จึงถือเป็นทักษะที่จะช่วยให้ผู้เข้าทำงานในบริษัทหรือองค์กรต่างๆ สามารถใช้ความคิดในการวิเคราะห์ ป้องกันและแก้ไขปัญหากับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะสถานการณ์หรือเหตุการณ์นั้นจะร้ายแรงแค่ไหนก็ตาม

3.การแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์

การแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ คือกระบวนการคิดรูปแบบใหม่ๆ ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ แทนที่จะใช้เทคนิคในแบบเดิม ซึ่งการแก้ไขปัญหาในลักษณะนี้จะต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มาเป็นตัวช่วยทำให้เกิดรูปแบบการแก้ปัญหาที่หลากหลายมากขึ้น

โดยปัจจัยที่จะทำให้เกิดการความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหาได้นั้นมีดังต่อไปนี้

การมีเป้าหมายของปัญหาที่ชัดเจน การรู้ว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร จะทำให้สามารถรู้ว่าสิ่งที่ควรแก้ไขคืออะไร เพื่อตัดปัจจัยไม่เป็นจำเป็นรอบข้างออกไป และมุ่งหวังไปที่การแก้ไขปัญหานั้นๆ เป็นหลัก โดยไม่คิดเลยเถิดออกไปนอกประเด็น

เผชิญหน้ากับปัญหา การเผชิญหน้ากับปัญหา แม้ว่าจะทำให้รู้สึกเหนื่อยหรือหมดแรงเอาได้ง่าย แต่ก็ถือเป็นเรื่องดีที่จะทำให้คุณสามารถต่อสู้กับปัญหานั้นๆ ได้อย่างตรงไปตรงมา ทำให้รู้ถึงวิธีที่จะสามารถใช้จัดการปัญหานั้นๆ ได้ดียิ่งขึ้น

ตั้งคำถามต่อปัญหาที่เกิดขึ้น การตั้งคำถามต่อปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นตัวกระตุ้นให้เราไปถึงยังทางออกของปัญหานั้นๆ ได้เป็นอย่างดี ด้วยการตั้งคำถามถึงสิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาอย่างตรงไปตรงมา และพุ่งเป้าไปยังตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหานั้นๆ เพื่อให้เกิดการแก้ไขอย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

จริงๆ แล้วการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่วิธีการใช้จินตนาการมาแก้ปัญหาอย่างที่คิดๆ กัน แต่เป็นการใช้ทักษะในการโฟกัสให้เห็นถึงข้อเท็จจริง ที่มาของปัญหา รวมไปถึงหนทางในการแก้ไขอย่างตรงจุด

ซึ่งจะได้ผลกว่าการแก้ไขปัญหาด้วยการจับต้นชนปลายโดยไม่รู้สาเหตุ และแก้แบบวัวหายล้อมคอกในแบบเดิมๆ

เพียงแค่คุณมี 3 ทักษะนี้ติดตัวมาด้วย ก็จะทำให้คุณเหนือกว่าผู้สมัครรายอื่นๆ แล้ว เพราะเชื่อได้เลยว่า ไม่ว่าบริษัทไหนก็ที่จะรับคุณเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งภายในองค์กรด้วยอย่างแน่นอน

Related Posts

About The Author