เรื่องด้านลบ 7 อย่าง ที่ควรตัดออกไป…เพื่อชีวิตการทำงานที่ยอดเยี่ยม

การมองโลกในแง่บวก ถือเป็นทัศนคติที่ควรมีอย่างยิ่งในการทำงาน เพราะเมื่อใดก็ตามที่คุณเกิดความรู้สึกด้านลบบ่อยๆ ก็จะส่งผลเสียต่องานนั้นๆ ได้ด้วยเช่นกัน

ยิ่งถ้าคุณต้องอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่มีทัศนคติเชิงลบด้วยแล้ว ก็จะยิ่งกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการทำงานมากขึ้น ซึ่งหากคุณไม่หาวิธีกำจัดความคิดเชิงลบนั้นออกไป
ก็จะส่งผลเสียต่อการทำงานของคุณในระยะยาวได้อย่างแน่นอน

ดังนั้นวันนี้เราจึงมีเคล็ดลับที่จะช่วยจัดการเรื่องด้านลบต่างๆ ในชีวิตการทำงานให้ออกไปจากตัวคุณ

เพื่อให้ทำงานได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น มาดูกันว่ามีเรื่องด้านลบใดบ้างที่คุณควรกำจัดทิ้งไปซะ ไม่ควรเก็บเอามาใส่ใจให้วุ่นวายและรกสมอง

1.ความรู้สึกด้อยกว่าผู้อื่น

ความรู้สึกด้อยกว่าผู้อื่น ถือเป็นทัศนคติเชิงลบ ที่บั่นทอนศักยภาพในตัวคุณเป็นอย่างมาก ซึ่งจริงๆ แล้ว ไม่มีใครที่ด้อยไปกว่าใคร แต่ละคนต่างมีความสามารถที่แตกต่างกัน

ดังนั้นถ้าคุณยิ่งคิดว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่น ก็จะยิ่งเป็นการปิดกั้นความสามารถที่คุณมี ควรเปลี่ยนจากความคิดเชิงลบดังกล่าว มาเป็นแรงผลักดันในการกระตุ้นให้คุณพยายามเรียนรู้และฝึกฝนตัวเองให้เก่งอยู่เสมอๆ จะดีกว่า

2.ความกังวลใจ

ความกังวลใจที่เกิดขึ้นในการทำงานนั้น ไม่เป็นผลดีเอาซะเลย เพราะนอกจากจะทำให้สุขภาพจิตของคุณเสียแล้ว ยังจะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานด้วยเช่นกัน
สำหรับใครที่มีความกังวลใจว่าจะทำงานออกมาได้ไม่ดี หรือรู้สึกกังวลว่างานที่ได้รับมอบหมายนั้นยากเกินไป

ลองเปลี่ยนมาเป็นความพยายามในการเรียนรู้สร้างสรรค์ผลงานให้ดีขึ้น หรืออาจจะขอคำปรึกษาจากพนักงานรุ่นพี่คนอื่นๆ ดู จะช่วยทำให้คุณตัดความกังวลใจนั้นออกไปได้

3.ความเชื่อว่าเรื่องเลวร้ายจะเกิดขึ้น

หลายคนมักจะคิดล่วงหน้าไปเองว่า เรื่องเลวร้ายจะเกิดขึ้น นั่นเป็นเพราะตัวคุณขาดความมั่นใจในสิ่งที่ทำ ซึ่งความคิดเชิงลบนี้ สามารถแก้ไขได้ด้วยการหาแรงบันดาลใจในการทำงานด้านบวกเข้าไว้ เช่น ทำงานเพื่อเก็บเงินเยอะๆ หรือทำงานเพื่อหวังที่จะให้ตำแหน่งก้าวหน้า เพื่อให้มีรายได้มากขึ้น

ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะกลายมาเป็นแรงผลักดันในการทำงานด้านบวก และทำให้คุณคิดถึงสิ่งดีๆ มากขึ้น แทนที่จะคิดถึงแต่เรื่องแย่ๆ

4.ตำหนิติเตียนทุกสิ่งอย่าง

เมื่อใดก็ตามที่ชีวิตคุณจมอยู่กับทัศนคติเชิงลบ คุณก็จะรู้สึกหงุดหงิด ไม่พอใจในทุกสิ่งรอบข้าง แล้วก็มักจะตำหนิติเตียนไปซะทุกอย่าง สิ่งเหล่านี้ควรกำจัดออกจากชีวิตคุณให้เร็วที่สุด

เพราะถือเป็นสิ่งที่จะทำลายความสุขในการทำงานของคุณให้หมดไป อีกทั้งยังมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานของคุณด้วย ทำให้ศักยภาพที่คุณมีลดลง ทำงานอะไรก็ไม่สำเร็จตามเป้าหมายที่วางเอาไว้

ผลร้ายแรงกว่านั้นคือ เจ้านายอาจจะตำหนิติเตียนคุณเหมือนที่คุณตำหนิติเตียนสิ่งต่างๆ รอบตัวนั่นเอง ซึ่งถือว่าไม่เป็นผลดีต่อตัวคุณเลยแม้แต่น้อย

5.การไม่แน่ใจในความสามารถของตัวเอง

หลายคนเมื่อเข้าทำงานแล้วก็อาจจะรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับความสามารถของตัวเอง ทำให้เกิดความไม่แน่ใจว่าเราเก่งหรือถนัดด้านใดกันแน่ ซึ่งการสงสัยนี้จะนำพาไปสู่ภาวะการจำกัดกรอบเขตตัวเองให้อยู่แต่ใน Safe Zone

ทำให้ไม่กล้าที่จะดึงเอาศักยภาพที่แท้จริงในตัวออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งแน่นอนว่าไม่เป็นผลดีต่อการทำงานในระยะยาว

ทางที่ดีคุณควรเลิกสงสัยในความสามารถ หากไม่แน่ใจว่าตัวเองเก่งหรือถนัดด้านไหน ให้ลงมือทำ หรือขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมและนำมาประยุกต์ใช้กับงานให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

6.พยายามควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต

คนเราไม่สามารถควบคุมทุกสิ่งในชีวิตให้ออกมาเป็นไปตามที่ต้องการได้เสมอไป บางครั้งอาจจะเกิดความผิดพลาด หรือผิดหวังกันได้ เป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นเพื่อให้คุณทำงานได้อย่างมีความสุขมากขึ้น สิ่งที่ควรจัดการให้หมดไปจากชีวิตการทำงานก็คือ

ความเชื่อที่ว่าคุณสามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวให้ออกมาเป็นไปตามที่วาง แผนเอาไว้ได้ โดยให้เปลี่ยนมาใช้แนวคิดที่ว่า ทำให้เต็มที่ที่สุดจะดีกว่า อะไรที่ผิดพลาดก็ให้ถือว่าเป็นบทเรียน ที่จะทำให้คุณสามารถพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น

7.ตัดสินทุกอย่างจากความผิดพลาด

ข้อนี้ถือเป็นเรื่องด้านลบที่ส่งผลเสียต่อทั้งตัวคุณและเพื่อนร่วมงาน กับการตัดสินคนจากความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นวิธีที่ไม่เหมาะสม เพราะเมื่อใดก็ตามที่คุณตัดสินคนๆ นั้นจากความผิดพลาดที่เขาทำ

คุณก็จะโฟกัสแต่สิ่งที่ผิดพลาด โดยมองข้ามสิ่งที่ถูกต้องที่เขาผู้นั้นได้พยายามทำให้เห็น นอกจากตัวคุณจะหัวเสียกับทัศนคติดังกล่าวแล้ว ยังทำให้เกิดความรู้สึกในแง่ลบต่อตัวงาน รวมไปถึงตัวบุคคลนั้นๆ ได้ง่าย

ดังนั้นไม่ว่าอะไรผิดพลาดมากแค่ไหนก็ตาม คุณควรตัดสินอย่างมีเหตุผล พร้อมให้คำแนะนำอยู่เสมอ เพื่อให้เขาผู้นั้นสามารถปรับปรุงตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เรื่องด้านลบเหล่านี้เป็นสิ่งต้องห้ามในการนำมาใช้สำหรับการทำงาน เพราะจะยิ่งทำให้เกิดผลกระทบในด้านลบกับการทำงานด้วย ดังนั้นใครที่มีความคิดเชิงลบเข้าข่ายทั้ง 7 ข้อนี้ล่ะก็

รีบเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่เสีย เพื่อให้เกิดความแฮปปี้ในการทำงานมากขึ้น และเพื่อให้งานแต่ละชิ้นออกมาเป็นไปตามที่วางแผนเอาไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้นนั่นเอง

Related Posts

About The Author