สุดยอดอาหารบำรุงไต วิธีช่วยเสริมสร้างไตให้แข็งแรง

ไต (Kidney) เป็นอวัยวะสำคัญส่วนหนึ่งในร่างกาย มีลักษณคล้ายเมล็ดถั่วแดง

โดยปกติของคนทั่วไปจะมีไตอยู่ 2 ข้าง โดยมีหน้าที่ที่สำคัญได้แก่ การกรองของเสียที่อยู่ในกระแสเลือดแล้วขับออกนอกร่างกายทางน้ำปัสสาวะ ช่วยควบคุมระดับของน้ำภายในร่างกายให้คงที่ รวมทั้งช่วยปรับสมดุลความเป็นกรด-ด่าง ซึ่งจะทำให้เซลล์ต่าง ๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งยังมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการทำงานของฮอร์โมนที่กระตุ้นการสร้างวิตามินดีเพื่อช่วยควบคุมระดับของแคลเซียมในร่างกาย ช่วยในการสร้างฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงของไขกระดูก รวมทั้งช่วยในการหลั่งสารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการควบคุมความดันโลหิตด้วย

กล่าวได้ว่า “ไต” เป็นอวัยวะที่มีความสำคัญต่อกระบวนการต่าง ๆ ภายในร่างกาย แต่คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยให้ความสนใจหรือดูแลเอาใจใส่กับอวัยวะในส่วนนี้มากนัก ดังจะเห็นได้จากแนวโน้มการมีผู้ป่วยด้วยโรคไตที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกปี

ซึ่งนอกจากจะเกิดขึ้นเนื่องจากเป็นภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงแล้ว การรับประทานยาแบบพร่ำเพรื่อ รวมทั้งการได้รับเกลือโซเดียมหรือบริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของเกลือในปริมาณที่มากเกินไปติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ก็ล้วนแต่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะไตเสื่อม ซึ่งจะนำไปสู่การเป็นโรคไตวายและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในที่สุด

ดังนั้น นอกจากการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะเป็นสาเหตุทำให้ไตต้องทำงานหนัก โดยรับประทานอาหารแต่พอดี หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารรสจัด โดยเฉพาะอาหารที่มีรสเค็ม รวมทั้งรับประทานยาตามแพทย์สั่งและไม่หายามาทานเองโดยไม่จำเป็นแล้ว

การรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยบำรุงไตและเสริมสร้างการทำงานของไตให้ดีขึ้น ก็ยังจะเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะทำให้ไตแข็งแรง และทำหน้าที่ต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาหารที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงไตให้แข็งแรง ได้แก่

กระเทียม

นอกจากจะมีประโยชน์ในการนำมาปรุงรสอาหารเพื่อช่วยหลีกเลี่ยงการบริโภคเค็มได้ดีแล้ว ในกระเทียมยังมีสารอัลลิอิน (Alliin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเกิดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อราต่าง ๆ ได้ดี ทั้งยังมีคุณสมบัติช่วยขับสารพิษในกระแสเลือดจึงทำให้เลือดสะอาดขึ้น นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญที่ช่วยลดคอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือด จึงช่วยป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน รวมทั้งมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตได้ด้วย

หอมหัวใหญ่

พืชผักสมุนไพรใกล้ตัวที่นอกจากจะมีวิตามินซีสูงแล้ว ยังมีสารเคอร์ซิติน (Quercetin) ซึ่งเป็นพฤกษเคมีในกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ที่มีคุณสมบัติช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ได้ดี ทั้งยังมีสารโพรสตาแกลนติน (Prostaglandin) ในปริมาณสูง จึงมีส่วนช่วยลดความหนืดของเลือด มีสารอัลลิลิกไดซัลไฟด์ (Allilic Disulfides) ที่มีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยลดความดันโลหิต จึงนิยมนำมาประกอบอาหารให้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคไต รวมทั้งช่วยป้องกันการเกิดโรคไตในผู้ที่ยังแข็งแรงดีได้

กะหล่ำปลี

เพราะนอกจากจะมีปริมาณของเกลือโซเดียมต่ำที่ไม่ทำให้ไตต้องทำงานหนักแล้ว ยังมีสรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ ช่วยบำรุงไต นอกจากนี้ กรดทาร์ทาริก (Tartaric Acid) ที่อยู่ในกะหล่ำปลี ยังมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งและขัดขวางไม่ให้น้ำตาลและแป้งกลายเป็นไขมัน จึงช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้  ที่สำคัญคือ ในกะหล่ำปลียังอุดมไปด้วยสารกลูตาไธโอน (Glutathione) ซึ่งมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการขับล้างสารพิษต่าง ๆ ในร่างกาย จึงช่วยลดภาระการทำงานของไตไปได้มาก

แครนเบอรี่

ผลไม้ตระกูลเบอรี่ที่มีสรรพคุณช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียในปัสสาวะ จึงช่วยป้องกันและรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบและการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะจึงช่วยให้ไตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดนิ่วในไต เนื่องจากความเป็นกรดอ่อน ๆ ของผลแครนเบอรี่จะไปป้องกันการตกตะกอนของแคลเซียมออกซาเลต (Calcium Oxalate) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดก้อนนิ่วได้ นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยสารพฤกษเคมีหลายชนิดและมีวิตามินซีสูง จึงมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบ รวมทั้งช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี

เนื้อปลา

ได้แก่ ปลาสวาย ปลาช่อน ปลากะพงขาว ปลาแซลมอน ปลาเทราต์ ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า และปลาแมคคาเรลเป็นต้น เนื่องจากมีกรดไขมันโอเมกา 3 ที่มีคุณสมบัติช่วยลดความข้นเหนียวของเลือด ช่วยควบคุมความดัน และป้องกันการอักเสบของอวัยวะต่าง ๆ การรับประทานปลาทะเลเป็นประจำจึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิต ซึ่งเป็นสาเหตุที่จะนำไปสู่การเกิดภาวะไตเสื่อมลงได้

เพราะการไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ดังนั้น การดูแลตนเองด้วยการบริโภคอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ไม่รับประทานอาหารที่จะส่งผลต่อความเสื่อมหรือก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ กับร่างกาย โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงบริโภครสเค็มที่จะส่งผลให้ไตต้องทำงานหนัก

เพราะเมื่อป่วยด้วยโรคไตจนต้องเข้ารับการรักษาโดยการฟอกเลือด นอกจากจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงแล้ว ยังบั่นทอนสภาพจิตใจ รวมทั้งทำการให้ดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะจะต้องดูแลตนเองมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารการกิน จึงอาจทำให้มีคุณภาพชีวิตที่แย่ลงได้

loading...

Related Posts

About The Author