เทคนิคการเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับคนในวัยต่างๆ

เนื่องจากอาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิต จึงไม่แปลกหากเราจะคิดถึงแต่เรื่องของอาหารการกินกันค่อนข้างมาก

แต่ก็ใช่ว่าอาหารทุกชนิดจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพเสมอไป ส่วนอาหารที่ดีมีคุณค่าก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำมารับประทานได้เสียทั้งหมด เพราะการจะทำให้ได้รับประโยชน์จากการรับประทานอาหารอย่างแท้จริง จำเป็นจะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยด้วย

ทั้งนี้ก็เป็นเพราะคนในแต่ละช่วงอายุจะมีความแตกต่างกันทั้งในด้านพัฒนาการของร่างกาย และลักษณะของการดำเนินชีวิต ดังนั้น การเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะกับวัยต่าง ๆ ก็ย่อมจะก่อให้เกิดความสมบูรณ์ แข็งแรง สามารถดำเนินชีวิตหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

 

อาหารที่เหมาะกับเด็กในวัยเรียน

ซึ่งเป็นวัยที่กำลังเจริญเติบโต จึงควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ และควรให้ครบทั้ง 3 มื้อด้วย โดยเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลายชนิดและถูกต้องตามหลักโภชนาการ เน้นอาหารที่ประกอบไปด้วยธาตุเหล็ก เช่น เนื้อสัตว์ ตับ ไข่ รวมทั้งผัก และผลไม้ต่าง ๆ และควรดื่มนมสดวันละ 2 – 3 แก้ว ไม่ควรรับประทานอาหารที่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น ลูกอม ขนมหวาน น้ำอัดลม ขนมขบเคี้ยว อาหารรสจัด และอาหารฟาสฟู้ด เพราะจะมีผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย รวมทั้งก่อให้เกิดโรคตั้งแต่ในวัยเด็ก เช่น โรคอ้วนหรือโรคเบาหวานได้

 

อาหารที่เหมาะกับคนในวัย 20–29 ปี

ซึ่งเป็นวัยที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ และมีพลังงานมากพอสำหรับการเรียน การทำงาน รวมทั้งการทำกิจกรรมต่าง ๆ แต่ยิ่งต้องมีการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันมากเท่าไร ร่างกายก็ยิ่งเผาผลาญและต้องการใช้พลังงานมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น อาหารที่เหมาะสมกับคนในช่วงอายุนี้ในอันดับแรกจึงควรเป็นอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ถั่วต่าง ๆ ข้าวและแป้งซึ่งให้พลังงานสูง รองลงมาคือผักและผลไม้ ส่วนนมและอาหารทดแทนแคลเซียมต่าง ๆ เช่น เต้าหู้ ปลาเล็กปลาน้อย และนมถั่วเหลือง ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับต่อมา และควรให้ความสำคัญกับอาหารจำพวกไขมันเป็นอันดับสุดท้าย

 

อาหารที่เหมาะกับคนในวัย 30–39 ปี

หรือช่วงเริ่มของวัยผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นช่วงชีวิตของการทำงาน จึงยังคงต้องการพลังงานอยู่ แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังในเรื่องของไขมันและคอเลสเตอรอลให้มากขึ้น เพราะนอกจากจะทำให้อ้วนและส่งผลกระทบต่อสุขภาพในอนาคตแล้ว ยังเป็นตัวการต่อโรค โดยเฉพาะโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงด้วย ดังนั้น การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะกับคนในช่วงอายุนี้ก็คือ อาหารที่มีไขมันน้อย ถั่วเมล็ดแห้ง และธัญพืชต่าง ๆ เช่น ข้าวซ้อมมือ และขนมปังโฮลวีท ซึ่งมีใยอาหารสูง จึงช่วยให้อิ่มนานและส่งผลดีต่อระบบลำไส้ด้วย

 

อาหารที่เหมาะกับคนในวัย 40–49 ปี

ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลง หรือเริ่มจะเจ็บป่วยด้วยโรคต่าง ๆ ดังนั้น การชะลอวัยเพื่อป้องกันการเกิดโรค จึงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับคนในวัยนี้ ซึ่งสามารถกระทำได้ไม่ยาก เพราะเป็นช่วงวัยที่มีความต้องการพลังงานลดลง แต่ต้องการแคลเซียมและวิตามินต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ดังนั้น การรับประทานผักและผลไม้ เช่น ส้ม ฝรั่ง มะเขือเทศ แคนตาลูป และธัญพืชอย่างถั่วลิสง และอัลมอนด์ นอกจากจะทำให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งดีต่อการชะลอวัยและช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคแล้ว ผักผลไม้และธัญพืชต่าง ๆ ยังมีกากใยอาหารสูง จึงช่วยในเรื่องของการขับถ่ายได้ด้วย อย่างไรก็ดี คนในวัยนี้ควรรับประทานเต้าหู้ และโปรตีนไขมันต่ำให้มากขึ้น เพราะจะให้แคลเซียมมากกว่าการรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นตัวเร่งความชราหรือก่อให้เกิดความเสื่อมของร่างกาย ได้แก่ อาหารที่มีไขมันสูงประเภททอดกรอบหรือผัดโดยใช้น้ำมันมาก ๆ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เป็นต้น

 

อาหารที่เหมาะกับคนในวัย 50-59 ปี

ซึ่งเป็นวัยที่มักจะมีปัญหาในเรื่องของกระดูก ได้แก่ กระดูกเปราะหรือกระดูกพรุนอย่างชัดเจน จึงควรได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอจากการรับประทานอาหารประเภทนมและผลิตภัณฑ์จากนม เนยแข็ง ปลาตัวเล็กตัวน้อย และผักใบเขียว เช่น คะน้า ผักโขม กวางตุ้ง และบรอกโคลี ทั้งยังจะต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ หรืออย่างน้อยวันละ 8-12 แก้ว เพื่อป้องกันการขาดน้ำ โดยควรรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตให้น้อยลง และให้เลือกรับประทานข้าวชนิดที่มีการขัดสีน้อย เน้นอาหารจำพวกเนื้อปลาเพราะย่อยง่าย และดื่มน้ำสมุนไพรที่มีน้ำตาลน้อยแทนการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนซึ่งส่งผลเสียต่อกระดูก

 

อาหารที่เหมาะกับคนในวัย 60 ปีขึ้นไป

หรือวัยสูงอายุ ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มเสื่อมลง อวัยวะต่าง ๆ เริ่มทรุดโทรม โดยเฉพาะเซลล์สมอง หัวใจ ไต ปอด กล้ามเนื้อ กระดูก และต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยลง จึงส่งผลให้การเผาผลาญพลังงานในร่างกายลดลงตามไปด้วย จึงเป็นวัยที่ต้องการพลังงานน้อยลง การรับประทานอาหารของคนในวัยนี้จึงควรทานอาหารให้พอเหมาะ และทานให้เป็นเวลาสม่ำเสมอ ได้แก่ มื้อเช้าควรเป็นอาหารที่ให้พลังงานและโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอ และควรมีผักผลไม้เพื่อให้วิตามินและแร่ธาตุแก่ร่างกายด้วย นอกจากนี้ ก่อนนอนก็ควรดื่มเครื่องดื่มอุ่น ๆ สักถ้วย เพื่อช่วยให้นอนหลับสนิท และไม่ควรงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่งโดยเฉพาะในยามเจ็บป่วย เพราะจะทำให้การฟื้นตัวช้าลง และควรทานอาหารให้หลากหลาย โดยเลือกทานอาหารรสธรรมชาติ และไม่ควรทานมื้อเย็นจนอิ่มมากเกินไป

 

ไม่ว่าคุณจะกำลังอยู่ในช่วงวัยใด ก็จำเป็นที่จะต้องดูแลเรื่องของอาหารการกินให้มากเป็นพิเศษเหมือน ๆ กัน เพราะคนส่วนใหญ่มักจะดูแลตัวเองก็ต่อเมื่อพบว่าเป็นโรคหรือมีปัญหาด้านสุขภาพแล้ว

นอกจากนี้ การเพิ่มกิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายระหว่างวันให้มากขึ้นและทำบ่อย ๆ จนเป็นนิสัย ก็จะช่วยให้มีสุขภาพดียิ่งขึ้น รวมทั้งเอื้อประโยชน์ต่อระบบการไหลเวียนเลือด ควบคุมน้ำหนัก และช่วยลดความตึงเครียดของร่างกายได้ด้วย จำไว้ว่า การรู้จักเลือกรับประทานที่เหมาะกับช่วงวัย จะทำให้ผู้อื่นไม่สามารถเดาอายุคุณจากรูปร่างหน้าตาได้เลย

loading...

Related Posts

About The Author