4 สุดยอดธัญญาหารสำหรับคนรักสุขภาพ

ธัญญาหาร หรือ Cereal เป็นเมล็ดพันธุ์ของธัญพืชซึ่งปัจจุบันได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน “อาหารเพื่อสุขภาพ”

เพราะเป็นแหล่งของพลังงานและให้คุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งยังช่วยป้องกันโรคบางอย่างได้ด้วย เมล็ดธัญพืชจึงถูกนำมาเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่มบำรุงร่างกาย และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกันมากขึ้นเพื่อเอาใจคนรักสุขภาพ

แต่อย่างไรก็ดี การจะรับประทานเมล็ดธัญพืชเพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างแท้จริงนั้น ควรเป็นธัญพืชแบบเต็มเมล็ด หรือ โฮลเกรน (Whole Grain) ที่ผ่านการขัดสีน้อย เนื่องจากกระบวนการขัด สี บี้ หรือบด จะทำให้สูญเสียองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ เยื่อหุ้มเมล็ด เนื้อเมล็ด และจมูกข้าว ซึ่งเป็นส่วนที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุดไป นอกจากนี้กระบวนการแปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ก็ยังมีส่วนทำให้เมล็ดธัญพืชถูกทำลายโดยการอ๊อกซิเดชั่นไขมันดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกายไปด้วย

ธัญพืชแบบเต็มเมล็ด นอกจากจะเป็นแหล่งของพลังงานและโปรตีนคุณภาพแล้ว การรับประทานธัญพืชแบบเต็มรูป ยังจะให้ธาตุเหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม แมงกานีส และสังกะสีในปริมาณที่สูงกว่าการบริโภคข้าวทั่ว ๆ ไป ทั้งยังมีไฟโตนิวเทรียนท์หรือสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการก่อตัวของมะเร็ง

นอกจากนี้ แป้งในธัญพืชแบบเต็มเมล็ดยังเป็นคาร์โบไฮเดรตแบบเชิงซ้อน หรือโพลีแซคคาไรด์ จึงถูกย่อยได้ช้า ทำให้ระบบย่อยอาหารจะค่อย ๆ สลายคาร์ไบไฮเดรตไปเป็นน้ำตาลแล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานให้แก่เซลล์และส่วนต่าง ๆ ของร่างกายช้าลง ประกอบกับเป็นแหล่งของเส้นใยอาหารชั้นดีที่ดีต่อระบบขับถ่าย

รวมทั้งช่วยลดปริมาณแบคทีเรียที่ชอบอากาศในลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ดังนั้น การรับประทานธัญพืชแบบเต็มเมล็ดจึงมีส่วนช่วยรักษาสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ จึงดีต่อการป้องกันโรคเบาหวาน ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตัน โรคหัวใจ และโรคอ้วนได้ด้วย

ตัวอย่างของธัญพืชที่มีคุณค่า เช่น จมูกข้าวสาลี ลูกเดือย ถั่วเหลือง และถั่วแดง ฯลฯ ล้วนเป็นสุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพทั้งสิ้น ดังจะสามารถศึกษารายละเอียดความมหัศจรรย์ของธัญพืชดังกล่าว ได้ในลำดับต่อไป

จมูกข้าวสาลี: สุดยอดธัญญาหารสำหรับคนรักสุขภาพ

จมูกข้าวสาลี สุดยอดธัญญาหารสำหรับคนรักสุขภาพ

จมูกข้าว คือส่วนที่ต้นข้าวจะเจริญเติบโตไปเป็นต้นอ่อน จะอยู่บริเวณปลายสุดของเมล็ดข้าว และพบในข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสีทุกชนิด รวมไปถึงข้าวสาลีด้วย

จมูกข้าวเป็นส่วนสำคัญที่สุดของเมล็ด เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารอันทรงคุณค่า โดยในจมูกข้าวสาลีนั้น ถือเป็นแหล่งของโปรตีนคุณภาพ ทั้งยังอุดมไปด้วยกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ และกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันโรคหัวใจ ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันภาวะเสื่อมของสมองซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคความจำเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ ช่วยทำให้มีผิวพรรณที่สดใส ช่วยทำให้ระบบสืบพันธุ์ทำงานเป็นปกติ รวมทั้งช่วยบำบัดอาการผิดปกติของหญิงชายวัยเจริญพันธุ์ และสตรีวัยหมดประจำเดือนได้ด้วย

ในจมูกข้าวสาลียังประกอบไปด้วยวิตามินบี 1 บี 6 และไนอาซินที่ช่วยเผาผลาญสารอาหารเพื่อให้เกิดพลังงานแก่ร่างกาย มีสรรพคุณช่วยบำรุงเส้นประสาท ช่วยให้การทำงานของระบบประสาทดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีกรดโฟลิกสูง จึงเป็นแหล่งอาหารสำคัญสำหรับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะช่วยป้องกันโรคโลหิตจางในมารดาและช่วยป้องกันความพิการทางระบบประสาทในทารกได้

ที่สำคัญคือ ในจมูกข้าวสาลียังอุดมไปด้วยวิตามินอี ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอวัย ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยลดคอเลสเตอรอลและระดับน้ำตาลในเส้นเลือด ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมอง และโรคต้อกระจก รวมทั้งช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากความเสื่อมต่างๆ ได้ดีอีกด้วย

ไม่เพียงเท่านี้ ในจมูกข้าวสาลียังมีเส้นใยอาหารที่ดีต่อระบบขับถ่าย จึงช่วยบรรเทาอาการท้องผูก และป้องกันโรคที่เกี่ยวกับลำไส้ มีแร่ซิลิเนียมที่เหมาะกับผู้หญิงวัยกลางคน เพราะจะช่วยป้องกันอาการที่มักเกิดกับคนในวัยหมดประจำเดือน มีแร่สังกะสีที่ช่วยป้องกันโรคต่อมลูกหมากโต และมะเร็งในต่อมลูกหมาก ดังนั้น คุณผู้ชายที่รับประทานจมูกข้าวสาลีเป็นประจำจึงมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ค่อนข้างน้อย

ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่อัดแน่นอยู่ในจมูกข้าวสาลี จึงไม่ผิดเลยที่ใครๆ จะยกให้เป็นสุดยอดธัญญาหารสำหรับคนรักสุขภาพ เพราะหากนำมารับประทานเป็นประจำก็จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนตลอดเวลา ร่างกายจึงมีภูมิต้านทานสูง จึงเป็นผลดีต่อการป้องกันโรค ช่วยลดความรุนแรงของโรค และเยียวยาโรคบางอย่างได้ดี

สำหรับผู้ที่เห็นคุณประโยชน์ และอยากจะหาซื้อมาติดบ้านไว้รับประทานเป็นประจำ ก็ควรเลือกที่เป็นของใหม่ บรรจุในถุงสุญญากาศ และไม่มีกลิ่นหืน เวลาซื้อก็ไม่ควรซื้อในปริมาณมาก โดยภายหลังจากเปิดถุงแล้วควรรับประทานให้หมดภายใน 1 เดือนหรือก่อนวันหมดอายุ นอกจากนี้ ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิทเพื่อป้องกันไม่ให้กรดไขมันไม่อิ่มตัวในจมูกข้าวสาลีไปทำปฏิกิริยากับออกซิเจนจนก่อให้เกิดกลิ่นหืน และเสียคุณค่าทางอาหารไป

ลูกเดือย: สุดยอดธัญญาหารเพื่อการบำรุงกำลัง

ลูกเดือย สุดยอดธัญญาหารเพื่อการบำรุงกำลัง

ลูกเดือย เป็นพืชในตระกูลเดียวกับข้าว มีลักษณะเป็นเม็ดกลมสีขาวขนาดเล็ก ในตำรายาจีนกล่าวว่าเป็นยาอายุวัฒนะเพราะมีฤทธิ์เป็นยาเย็นและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ มีสรรพคุณช่วยบำรุงกำลัง บำรุงปอดและม้าม ช่วยขับปัสสาวะ ลดอาการบวมน้ำ ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและลดไขมันในกระแสเลือด ลูกเดือยยังมีฤทธิ์ช่วยขับเสมหะ ลดไข้ แก้ร้อนในกระหายน้ำ ช่วยลดอาการปวดเข่าและข้อ แก้ไขข้ออักเสบ

นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยในการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้ แก้ท้องเสีย แก้อาการตกขาวผิดปกติ รวมทั้งดีต่อสุขภาพผิวเพราะช่วยให้การหมุนเวียนของเลือดที่ผิวหนังดีขึ้น จึงช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้น ช่วยลดการเกิดกระ ช่วยรักษาหูดให้หายได้ รวมทั้งช่วยทำให้เส้นผมงอกงามดี ที่สำคัญคือ ในลูกเดือยยังมีสารคอกซีโนไลด์ (Coxenolide) ที่มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเกิดเนื้องอก และการเกิดมะเร็งได้ดีอีกด้วย

ในตำราแพทย์แผนปัจจุบัน กล่าวว่า ลูกเดือยเป็นธัญพืชที่เมื่อนำมาปรุงเป็นอาหารแล้วจะให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน กากใยอาหาร และแร่ธาตุต่างๆ ได้แก่ วิตามินเอ บี 1 บี 2 แคลเซียม และฟอสฟอรัส จึงช่วยในเรื่องของสายตา ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา และช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

ลูกเดือยยังเป็นอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกายสูงจึงเหมาะกับเด็กที่อยู่ในวัยเจริญเติบโต ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่กำลังพักฟื้น เพราะมีคุณสมบัติช่วยให้เจริญอาหาร รวมทั้งช่วยกระตุ้นให้เซลล์สมองหลั่งสารที่ทำให้นอนหลับสบายออกมามากขึ้น นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยกรดอะมิโนทุกชนิดที่สูงกว่าความต้องการตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกจึงดีต่อระบบประสาทและการทำงานของสมอง รวมทั้งมีกรดไขมันจำเป็นชนิดไม่อิ่มตัวในปริมาณสูง จึงช่วยสร้างความสมดุลย์ สร้างความแข็งแรง และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเซลล์ต่างๆ ได้ดี

กล่าวได้ว่า ลูกเดือย ถือเป็นสุดยอดธัญญาหารเพื่อการบำรุงกำลังชั้นดีที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย เด็กๆ ที่รับประทานลูกเดือยเป็นประจำจะทำให้ร่างกายเจริญเติบโตเป็นปกติ มีพัฒนาการตามวัย รวมทั้งมีสมองและความจำดี ในผู้หญิง การรับประทานลูกเดือยจะทำให้มีผิวพรรณดี มีผมเป็นมันงาม นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงมดลูก รวมทั้งช่วยบำรุงเลือดลมในสตรีหลังคลอดบุตรด้วย สำหรับผู้สูงอายุ การรับประทานลูกเดือยเป็นประจำจะช่วยในเรื่องการทำงานของไต

ลูกเดือยสามารถนำมาประกอบอาหารได้ทั้งคาวและหวาน รวมทั้งนำมาทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ซึ่งหาซื้อได้ง่ายและราคาไม่แพง จึงไม่ยากหากต้องการมีสุขภาพดี หลังมื้ออาหารเย็นนี้ตบท้ายด้วยลูกเดือยต้มน้ำตาลสักถ้วย หรือน้ำเต้าหู้ร้อนๆ ที่มีส่วนประกอบของลูกเดือยสักแก้วก็จะดีไม่น้อย

ถั่วเหลือง: สุดยอดธัญญาหารแหล่งสารอาหารคุณภาพ

ถั่วเหลือง สุดยอดธัญญาหารแหล่งสารอาหารคุณภาพ

ถั่วเหลือง เป็นธัญพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูง นิยมนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น นมถั่วเหลือง เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ โปรตีนจากถั่วเหลือง และเต้าเจี้ยว ซึ่งให้สารอาหารที่สำคัญ ได้แก่ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก วิตามินบี 1 บี 2 บี 6 บี 12 ไนอาซิน วิตามินซี ดี อี และเส้นใยอาหารที่ช่วยทำความสะอาดลำไส้ จึงช่วยป้องกันโรคในระบบทางเดินอาหารได้ดี นอกจากนี้ ยังประกอบไปด้วย เลซิทิน ซึ่งเป็นสารอาหารธรรมชาติที่ดีต่อสมองและความทรงจำ ดังนั้น เด็กๆ ที่รับประทานนมถั่วเหลืองเป็นประจำ นอกจากจะช่วยให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการเจริญเติบโต และพัฒนาการตามวัย อีกทั้งยังช่วยป้องกันปัญหาเกี่ยวกับสายตาและการฟังได้ด้วย

ถั่วเหลืองถือเป็นแหล่งของไขมันและโปรตีนคุณภาพ เพราะในเมล็ดถั่วเหลืองจะมีโปรตีนสูงถึงร้อยละ 40 และเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพสมบูรณ์ เนื่องจากประกอบด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบทั้ง 10 ชนิด ซึ่งร่างกายสามารถย่อยและดูดซับโปรตีนไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ส่วนไขมันที่มีในถั่วเหลืองก็ยังเป็นกรดไขมันชั้นดีชนิดไม่อิ่มตัว และเป็นกรดไขมันจำเป็นที่มีประโยชน์โดยตรงต่อผิวหนัง เพราะช่วยทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น และคงความยืดหยุ่นของผิวหนังไว้ได้

โปรตีนจากถั่วเหลืองยังมีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และป้องกันการสะสมของไขมันในหลอดเลือด จึงช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและโรคความดันโลหิตสูง รวมทั้งช่วยลดภาวะเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งทั้งชนิดขึ้นกับฮอร์โมนและไม่ขึ้นกับฮอร์โมนด้วย เช่น มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งต่อมลูกหมาก

นอกจากนี้ ในสตรีวัยก่อนหมดประจำเดือนและสตรีภายหลังหมดประจำเดือน หากรับประทานผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วเหลืองเป็นประจำจะทำให้ได้รับสารไอโซฟลาโวน หรือเอสโตรเจนของพืช ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนของเพศหญิงในปริมาณที่เพียงพอ จึงช่วยลดอาการร้อนวูบวาบ หรือมีเหงื่อออกตอนกลางคืน ซึ่งเป็นอาการข้างเคียงจากภาวะหมดประจำเดือนลงได้ อีกทั้งยังช่วยป้องกันการสูญเสียเนื้อกระดูกซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะกระดูกพรุน รวมทั้งช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งเต้านม โรคหัวใจและโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดได้ดีอีกด้วย

ถั่วเหลืองเป็นอาหารที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อร่างกายมหาศาล เพราะการบริโภคถั่วเหลืองหรือผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองนอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และป้องกันโรคร้ายแรงต่างๆ ได้แล้ว ยังจะช่วยในเรื่องของความสวยความงาม โดยยังไม่พบรายงานของผลเสียต่อสุขภาพแต่ประการใด ดังนั้น จึงเป็นที่น่าสนใจที่คนในแต่ละวัยจะหันมาบริโภคถั่วเหลืองหรือผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองกันให้มากขึ้น เพื่อการมีสุขภาพที่ดีควบคู่ไปกับการมีผิวพรรณที่สดใส เรียกว่าสมบูรณ์สมวัยจากภายในสู่ภายนอกอย่างแท้จริง

ถั่วแดง: สุดยอดธัญญาหารเพื่อการลดน้ำหนัก

ถั่วแดง สุดยอดธัญญาหารเพื่อการลดน้ำหนัก

ถั่วแดง (Red Beans) เป็นพืชในตระกูลถั่วที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เพราะประกอบไปด้วยโปรตีนคุณภาพ  คาร์โบไฮเดรต วิตามินซี บี 1 บี 2 บี 6 ไนอาซีน โฟเลต แคลเซียม และธาตุเหล็ก ซึ่งล้วนแต่มีประโยชน์ต่อผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ เนื่องจากมีส่วนช่วยบำรุงโลหิต ช่วยป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรคระบบประสาทของทารก รวมทั้งป้องกันความผิดปกติของทารกในครรภ์ เช่น การมีน้ำหนักตัวน้อย หรือมีไอคิวต่ำ เป็นต้น

ถั่วแดง ยังอุดมไปด้วยธาตุอาหารสำคัญอย่างฟอสฟอรัส แมกนีเซียม โซเดียม และสังกะสี ที่ช่วยควบคุมการทำงานของระบบเผาผลาญ ช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย รวมทั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อ ในตำราแพทย์แผนจีนระบุว่า ถั่วแดงมีสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจ และลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ส่วนในตำราแพทย์แผนไทยกล่าวว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านช่วยขับปัสสาวะ แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ แก้ลมพิษ ดีซ่าน บรรเทาอาการปวดข้อและอาการบวมน้ำ ช่วยกำจัดหนอง แก้อาหารเป็นพิษ รักษาอาการลำไส้อักเสบหรือขับถ่ายเป็นเลือดได้

การรับประทานถั่วแดงเป็นประจำจะช่วยในเรื่องของการบำรุงสุขภาพ และถือเป็นสุดยอดธัญญาหารเพื่อการลดน้ำหนัก เพราะสามารถนำมารับประทานทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ ซึ่งจะให้ไขมันอิ่มตัวในปริมาณต่ำ จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเผาผลาญสารอาหารในร่างกาย และให้เส้นใยอาหารในปริมาณสูง เมื่อพองตัวจะดูดซับน้ำได้ดี จึงช่วยลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอล รวมทั้งทำให้กระบวนการย่อยเกิดขึ้นช้าลงจึงรู้สึกอิ่มนาน

ถั่วแดงยังมีคุณสมบัติช่วยป้องกันการเกิดภาวะเส้นเลือดในสมองปริแตก ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง เนื่องจากประกอบไปด้วยวิตามินหลายชนิดที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และช่วยป้องกันโรคร้ายต่างๆ ทั้งยังเป็นอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานได้ดีเพราะมีสรรพคุณช่วยรักษาและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล นอกจากนี้ ในถั่วแดงที่มีลักษณะคล้ายไต หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ถั่วแดงหลวง” ยังประกอบไปด้วยสารลิกแนน สารชาโปนิน และสารยับยั้งโปรติเอส ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยป้องกันและลดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งบางชนิด โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมากได้ จึงเป็นผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว

เมื่อทราบอย่างนี้ คงทำให้บรรดาผู้ที่ไม่เคยใส่ใจในเรื่องของสุขภาพหันมาดูแลตัวเองกันมากขึ้น เพราะถั่วแดงเป็นธัญพืชที่นำมาประกอบอาหารและแปรรูปเป็นอาหารได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นซุปถั่วแดง ขนมปังไส้ถั่วแดง ถั่วแดงต้มน้ำตาล หรือถั่วแดงต้มสุกโรยในอาหารจานสลัด สำหรับเด็กๆ อาจรับประทานเป็นของหวานอย่างถั่วแดงน้ำแข็งใส หรือไอศกรีมถั่วแดง ก็สามารถเลือกอร่อยได้ตามใจชอบ เพราะให้ประโยชน์ไม่แพ้กัน

จะเห็นได้ว่า หากต้องการคุณค่าทางโภชนาการและคุณประโยชน์ในการดูแลสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์ แข็งแรง และมีอายุที่ยืนยาวขึ้นแล้ว ก็ควรเลือกบริโภคอาหารที่ผ่านกระบวนการขัดสีน้อย โดยเลือกรับประทานให้หลากหลายชนิด และจะต้องคำนึงถึงกรรมวิธีในการปรุงเพื่อป้องกันไม่ให้เสียคุณค่าทางอาหารมากจนเกินไป เน้นที่การรับทานอาหารจากธรรมชาติให้มากที่สุด โดยเฉพาะผักใบเขียว ผลไม้ และอาหารที่มีเส้นใยสูง เพราะจะช่วยทำให้มีผิวพรรณดี ช่วยชะลอวัย และยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายในการต้านทานต่อเชื้อโรคจากภายนอกได้ด้วย

loading...

Related Posts

About The Author