ไขข้อสงสัย Ketogenic Diet คืออะไร? ลดน้ำหนักได้ดีจริงหรือ?

ด้วยเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยขึ้นทุกวัน จึงทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมามากมาย ซึ่งการลดน้ำหนักก็เช่นกัน โดยในปัจจุบันได้มีวิธีลดน้ำหนักแบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก นั่นคือ Ketogenic Diet นั่นเอง

ว่ากันว่าเป็นวิธีลดน้ำหนักที่ได้ผลลัพธ์เร็วทันใจ แถมไม่กลับมาอ้วนซ้ำอีกด้วย ว่าแต่ Ketogenic Diet คืออะไร? และสามารถลดน้ำหนักให้หุ่นเพรียวสวยได้จริงหรือ มาทำความเข้าใจกันเลยค่ะ

Ketogenic Diet คืออะไร

Ketogenic Diet เป็นการลดน้ำหนักที่ใช้หลักการในการทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตให้น้อยลง และทานอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันชนิดดีให้มากขึ้น พร้อมด้วยอาหารในหมู่โปรตีนในปริมาณที่เหมาะสม

โดยหลักการทานอาหารแบบนี้ จะทำให้ร่างกายดึงเอาไขมันที่เก็บสะสมไว้มาเผาผลาญแทนน้ำตาลและแป้ง ทำให้ไขมันถูกเผาผลาญออกไปมากกว่าปกติ เป็นผลให้น้ำหนักค่อยๆ ลดลงอย่างรวดเร็วทันใจ และไม่กลับมาอ้วนซ้ำ หรือที่เรียกว่าปรากฎการณ์โยโย่นั่นเอง

หลายคนอาจสงสัยว่าสูตรนี้เริ่มคิดค้นมาได้อย่างไร ต้องบอกก่อนเลยว่าเดิมที สูตรลดน้ำหนักเพื่อหุ่นสวย Ketogenic Diet ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้ในทางการแพทย์ โดยใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคลมบ้าหมูนั่นเอง แต่เนื่องจากสามารถลดน้ำหนักได้ดี จึงถูกนำมาใช้ในการลดน้ำหนัก จนกระทั่งได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ประโยชน์จากการลดน้ำหนักด้วยสูตร Ketogenic Diet

เมื่อพอเข้าใจกันแล้วว่าการลดน้ำหนักแบบ คีโตเจนิค ไดเอต คืออะไร ทีนี้มาดูกันว่าการลดน้ำหนักแบบนี้มีประโยชน์อย่างไรบ้าง ซึ่งเชื่อว่าเมื่อรู้แล้ว หลายคนจะต้องอยากลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้อย่างแน่นอน

1.ควบคุมความดันโลหิต ให้เป็นปกติ

คีโตเจนิค ไดเอต สามารถควบคุมความดันโลหิตให้เป็นปกติได้ดี จึงป้องกันภาวะความดันโลหิตสูง และช่วยลดความดันในผู้ป่วยที่มีปัญหาความดันสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนั่นเป็นเพราะเมื่อร่างกายได้รับอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตน้อยลง ก็จะทำให้เกิดการเผาผลาญน้ำตาลน้อยลงไปด้วยนั่นเอง (ยิ่งมีการเผาผลาญน้ำตาลมาก ก็ยิ่งทำให้ความดันสูงขึ้น)

2.ลดอาการหิวบ่อยๆ

โดยปกติ ร่างกายของคนเราเมื่อได้รับโปรตีนในปริมาณที่พอเหมาะ จะทำให้รู้สึกอิ่มท้องนานขึ้น และลดอาการหิวบ่อยหรือความอยากกินของจุบจิบได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเมื่อลดน้ำหนักด้วยสูตร Ketogenic Diet ที่เป็นการลดปริมาณอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตให้น้อยลง แต่เน้นการกินโปรตีนให้มากขึ้นแทน จึงสามารถลดอาการหิวบ่อยๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

3.เสริมสร้างความคิดและการจดจำ

การลดน้ำหนักด้วย Ketogenic Diet จะช่วยเสริมสร้างความคิดและความจดจำได้อย่างดีเยี่ยม นั่นก็เพราะการลดปริมาณอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตให้น้อยลง จะทำให้เกิดการสะสมของแป้งและน้ำตาลในร่างกายลดลงไปด้วย จึงส่งผลให้ระบบการไหลเวียนของเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดปัญหาเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองไม่ทันได้ดี

4.กระตุ้นให้ลดน้ำหนักง่ายขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นคนที่ลดยากมากแค่ไหน Ketogenic Diet จะทำให้กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นอย่างแน่นอน เพราะการลดน้ำหนักด้วยสูตรนี้ จะไปกระตุ้นให้ร่างกายมีการเผาผลาญมากกว่าเดิมถึง 2 เท่า โดยเฉพาะผู้ที่อ้วนจากภาวะบวมน้ำ จะเห็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว นั่นก็เพราะเมื่อมีการทานอาหารที่เป็นคาร์โบไฮเดรตน้อยลง จะทำให้ระดับอินซูลินลดต่ำ พร้อมกับไตสามารถขับโซเดียมที่เป็นสาเหตุของภาวะบวมน้ำออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงทำให้รูปร่างมีความกระชับและผอมเพรียวอย่างเห็นได้ชัดนั่นเอง

หลักการน่ารู้ ก่อนเริ่มลงมือลดน้ำหนักด้วย Ketogenic Diet

ก่อนจะเริ่มลดน้ำหนักด้วยสูตร Ketogenic Diet อย่างจริงจัง ควรเรียนรู้เกี่ยวกับหลักการสำคัญๆ เพื่อความเข้าใจที่ถ่องแท้ก่อน จะได้ลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งมีหลักการดังนี้ ลดปริมาณอาหารหมู่คาร์โบไฮเดรต ให้น้อยที่สุด

โดยควรควบคุมปริมาณของคาร์โบไฮเดรต ให้เหลือที่วันละ 25-50 กรัมต่อวัน เน้นกินไขมันชนิดดีให้มากขึ้น และหลีกเลี่ยงไขมันเลวอย่างเด็ดขาด เพราะไขมันดีจะกระตุ้นให้เกิดการเผาผลาญอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

โดยใน 1 วัน ควรกินไขมันชนิดดีให้ได้เฉลี่ยร้อยละ 70-80 เปอร์เซ็นต์ ของอาหารที่มีกรดไขมันสายปานกลาง

เน้นการกินโปรตีนให้มากขึ้น เพราะโปรตีนจะถูกนำไปเปลี่ยนเป็นกลูโคสแทนน้ำตาล และเผาผลาญเป็นพลังงานให้เพียงพอต่อร่างกายต่อไป

อาหารแนะนำเพื่อการลดน้ำหนักด้วย Ketogenic Diet อย่างได้ผล

หลายคนอาจยังงงๆ ว่า การลดความอ้วนด้วยสูตร Ketogenic Diet จะต้องทานอาหารอย่างไร อาหารแบบไหนที่มีไขมันชนิดดีสูง และมีโปรตีนสูง ทานแล้วสามารถกระตุ้นให้รูปร่างผอมเพรียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้นเพื่อความเข้าใจที่มากขึ้น เราจึงนำข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่เหมาะกับการลดน้ำหนักด้วยสูตร Ketogenic Diet มาแนะนำกันดังนี้

น้ำเปล่า

น้ำเปล่า เป็นตัวช่วยในการเสริมสร้างความสมดุลให้กับร่างกายและกระตุ้นให้ระบบต่างๆ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นการลดน้ำหนักด้วยสูตร คีโตเจนิค ไดเอท น้ำจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีความสำคัญไม่น้อย และสามารถกระตุ้นการเผาผลาญให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจที่สุด แถมยังสามารถรักษาระดับความชุ่มชื้นของร่างกายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว โดยดื่มบ่อยๆ ตลอดวัน และควรดื่มน้ำที่อุณหภูมิปกติหรือน้ำอุ่น มากกว่าการดื่มน้ำเย็น เพราะส่งผลดีต่อสุขภาพมากกว่า และช่วยให้ไขมันที่จับตัวเป็นก้อนแตกตัวออกจากกัน จนสามารถถูกดึงไปเผาผลาญได้อย่างง่ายดายขึ้นอีกด้วย

ดื่มเครื่องดื่มอื่นๆ ได้บ้าง เช่น ชาสมุนไพร น้ำสมุนไพร และกาแฟ เป็นต้น แต่ต้องปราศจากน้ำตาล หรือมีน้ำตาลในปริมาณน้อยที่สุด และไม่ควรดื่มบ่อยจนเกินไป

อาหารจำพวกไขมัน

อาหารจำพวกไขมันที่ว่านี้ จะหมายถึงไขมันชนิดดี ที่กินแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกายและไม่ทำให้อ้วน แถมยังมีส่วนช่วยในการกระตุ้นระบบเผาผลาญให้สามารถกำจัดไขมันส่วนเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยไขมันชนิดดีที่ควรกินเพื่อการลดน้ำหนักแบบ Ketogenic Diet ได้แก่

กรดไขมัน

กรดไขมันโอเมก้าทรี พบมากใน ปลาทะเล เช่นปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรล และปลาน้ำจืดบางชนิด, กรดไขมันโอเมก้า 6 พบมากใน น้ำมันทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำข้าวและน้ำมันคาโนล่า เป็นต้น

กรดไขมันอิ่มตัวสายปานกลาง : ไขมันที่ได้จาก เนย หอย ไข่แดง อะโวคาโด น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกคำฝอย และน้ำมันมะพร้าว เป็นต้น

อาหารจำพวกโปรตีน

เป็นอาหารที่เน้นเป็นหลักในการลดน้ำหนักแบบ Ketogenic Diet ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างพลังงานให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี แต่ไม่ทำให้อ้วน และสามารถทดแทนคาร์โบไฮเดรตได้ดี จึงไม่ทำให้ร่างกายเสียสมดุลจากการลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตจนเกินไป โดยอาหารจำพวกโปรตีนที่ควรกิน ได้แก่ ชีส วิปปิ้งครีม ไข่ไก่ ครีม ปลาดุก ปลาแซลมอน ปลาตาเดียว ปลากะพงแดง ปลาค็อต ปลามาฮิ-มาฮิ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อหมูติดซี่โครง พอร์คชอป เนื้อหมูสันนอก วอลนัท เม็ดมะม่วงหิมพานต์ อัลมอนด์ แมคคาเดเมีย พิตาชิโอส

6 สิ่งควรระวัง! เพราะอาจมีคาร์โบไฮเดรตแฝง

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า คาร์โบไฮเดรตส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของ ข้าว แป้ง ขนมปังและน้ำตาล แต่รู้ไหมว่านอกจากอาหารเหล่านี้แล้ว อาหารบางชนิดและอีกหลายๆ สิ่งที่เราคิดว่าไม่มีคาร์โบไฮเดรต ก็อาจมีคาร์โบไฮเดรตแฝงอยู่เช่นกัน และนั่นก็เป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้การลดน้ำหนักไม่ได้ผลสักทีนั่นเอง

ดังนั้น ก่อนอื่นจึงต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า อาหารและอะไรบ้างที่อาจมีคาร์โบไฮเดรตแฝงอยู่ เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงและระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งก็มี 6 สิ่ง ดังนี้

1.เครื่องปรุงรสและเครื่องเทศ

เครื่องปรุงรสและเครื่องเทศ มองด้วยตาเปล่าอาจดูเหมือนไม่มีน้ำตาลและแป้งเป็นส่วนผสม แต่ความจริงแล้ว นี่แหละตัวดีเลย เพราะในเครื่องปรุงรสและเครื่องเทศส่วนใหญ่ จะมีน้ำตาลและแป้งประกอบอยู่ในรูปของ เดกซ์โทส เมื่อนำมาประกอบอาหาร หากใส่มากเกินไป ก็จะทำให้ระดับคาร์โบไฮเดรตในเมนูนั้นสูงขึ้นได้

ซึ่งเครื่องปรุงรสและเครื่องเทศที่มักจะพบคาร์โบไฮเดรตได้มากที่สุด คือ
พริกไทยดำ พริกป่น พริกชี้ฟ้า ยี่หร่า ชินนามอน ขมิ้น โรสแมรี่ ผงกระเทียม ผงหัวหอม ขิง ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก น้ำจิ้มไก่
ใบกระเพรา ใบเบย์ ลูกกระวาน ผักชี

2.ผลิตภัณฑ์นม

ผลิตภัณฑ์นม ไม่ได้มีแต่โปรตีนและแคลเซียมเท่านั้น แต่นมบางชนิด ก็มีคาร์โบไฮเดรตสูงเช่นกัน ซึ่งหลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน ดังนั้นการเลือกดื่มนมหรือผลิตภัณฑ์จากนม ก็ควรเลือกอย่างชาญฉลาดด้วย เพื่อจะได้ไม่หลงกลคาร์โบไฮเดรตตัวร้ายที่เป็นตัวการทำให้การลดน้ำหนักไม่ได้ผลสักทีนั่นเอง

โดยผลิตภัณฑ์นมที่มักจะพบคาร์โบไฮเดรตได้มากที่สุด ได้แก่ นมสด นมไขมันต่ำ น้ำเต้าหู้ นมโคแท้ 100% นมขาดมันเนยและนมพาสเจอร์ไรส์ เป็นต้น รู้แบบนี้แล้ว ในขณะกำลังลดน้ำหนักด้วยสูตรคีโตเจนิค ไดเอท หากคิดจะดื่มนม ก็ควรเลือกอย่างระมัดระวังเช่นกัน

3.ผักสด รสชาติหวาน

แม้ว่าจะเป็นผัก ที่ขึ้นชื่อว่ามากไปด้วยประโยชน์ และดีต่อสุขภาพมากที่สุด แต่ผักบางชนิด ก็มีคาร์โบไฮเดรตแฝงอยู่เหมือนกัน ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงพวกผักสดที่มีรสชาติหวานทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการกินแบบสดๆ หรือการนำมาปรุงอาหารก็ตาม โดยผักที่มักจะพบคาร์โบไฮเดรตแฝงอยู่ ได้แก่ มะเขือเทศ ฟักทอง ข้าวโพดอ่อน และแครอท เป็นต้น ใครที่ชอบกินผักเหล่านี้เป็นประจำ ช่วงไดเอท คงต้องงดไปก่อนแล้ว

4.สารให้ความหวาน

สารให้ความหวาน ที่นิยมใส่ในเครื่องดื่มน้ำตาลต่ำ โดยมีโฆษณาว่าดื่มแล้วไม่ทำให้อ้วนและมีน้ำตาลน้อยมาก ซึ่งแม้ว่าจะให้ข้อดีในด้านนั้น แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นอีกหนึ่งตัวการที่แฝงไปด้วยคาร์โบไฮเดรตเช่นกัน และแน่นอนว่ามันช่างเป็นอุปสรรคต่อการลดความอ้วนด้วยสูตร Ketogenic Diet มากทีเดียว โดยเครื่องดื่มที่นิยมใส่สารให้ความหวาน ได้แก่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลมบางชนิด และนอกจากนี้ ก็อาจมีการใส่สารให้ความหวานในผลไม้อบแห้ง ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ และขนมหวานอีกด้วย

5.ยาปฏิชีวนะ

ยาปฏิชีวะบางชนิด นอกจากมีตัวยาเพื่อต้านไวรัสแล้ว ก็มีคาร์โบไฮเดรตแฝงอยู่ในตัวยาเช่นกัน โดยเฉพาะยาที่มีไซรัป ทั้งแบบชนิดผงและชนิดน้ำ จึงควรระมัดระวังการใช้ยาปฏิชีวนะให้ดี นอกจากว่ามีความจำเป็นต้องใช้จริงๆ โดยยาปฏิชีวนะที่มักจะพบไซรัปเป็นส่วนประกอบ คือ ยาแก้ไอ ยาฆ่าเชื้อโรค และยาแก้อักเสบ เป็นต้น

6.ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

แม้ว่าผลไม้จะมีประโยชน์ และส่งผลเสียต่อสุขภาพน้อยที่สุด แต่ผลไม้บางกลุ่มก็อาจมีคาร์โบไฮเดรตสูงเช่นกัน โดยเฉพาะผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ไม่ว่าจะเป็นสตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ราสป์เบอร์รี่หรือแครนเบอร์รี่ ซึ่งไม่เพียงแต่มีคาร์โบไฮเดรตสูงเท่านั้น แต่ยังมีน้ำตาลจากธรรมชาติสูงมากอีกด้วย

ซึ่งก็ส่งผลกระทบต่อการลดน้ำหนักด้วยสูตรนี้มากทีเดียว ดังนั้นจึงควรเลี่ยงการทานผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ทุกชนิด เพื่อการลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

อาหารต้องห้าม! ในขณะลดน้ำหนักด้วย Ketogenic Diet เพื่อการลดน้ำหนักด้วยสูตรคีโตเจนิค ไดเอท อย่างได้ผล

 

ควรงดการทานอาหารที่เป็นอุปสรรคต่อการลดความอ้วนด้วยสูตรนี้อย่างเด็ดขาด ซึ่งอาหารต้องห้าม มีดังนี้ น้ำตาล น้ำผึ้งและผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง แม้ว่าจะเป็นน้ำตาลและความหวานที่ได้จากธรรมชาติ ก็ตาม เช่น ทุเรียน เงาะ เป็นต้น กาแฟ

 

แต่สำหรับผู้ที่ต้องทำงานยามดึก หรือต้องดื่มกาแฟก่อนไปทำงานตอนเช้าเป็นประจำ อาจเปลี่ยนมาดื่มกาแฟสูตร caffeine free หรือกาแฟที่ไม่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสมแทน อย่างไรก็ตาม ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่เกิน 2 แก้วต่อวัน

 

เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกประเภท รวมถึงน้ำอัดลม น้ำหวานและน้ำผลไม้ด้วย โดยเฉพาะน้ำผลไม้ที่มีขายสำเร็จรูป เพราะส่วนใหญ่จะมีน้ำตาลเป็นส่วนผสมอยู่มาก

 

อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตทั้งหลาย ที่เห็นได้เด่นชัดที่สุด คือ ข้าว แป้ง ขนมปัง ก๋วยเตี๋ยว ผลิตภัณฑ์นมบางชนิดและน้ำเต้าหู้ เป็นต้น ซอสและน้ำจิ้มที่มีรสชาติหวาน รวมถึงซีอิ๊วหวานด้วย

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

Ketogenic Diet เป็นสูตรการลดน้ำหนักแบบเร่งรัด ที่ให้ผลลัพธ์ดีมาก แต่ในขณะเดียวกันก็อาจเกิดผลข้างเคียงได้เหมือนกัน

ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้เตรียมตัวรับมือได้อย่างถูกวิธี และไม่ส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตมากเกินไปนั่นเอง โดยผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น มีดังนี้

1.ร่างกายอ่อนเพลียและมึนงง

เนื่องจากคาร์โบไฮเดรต เป็นหนึ่งในสารอาหารหลักที่ร่างกายมีความต้องการเป็นอย่างมาก และเป็นแหล่งพลังงานอีกด้วย ดังนั้นการได้รับคาร์โบไฮเดรตน้อยเกินไป จึงอาจทำให้เกิดอาการมึนงง และรู้สึกอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งคนส่วนใหญ่จะชดเชยด้วยการดื่มน้ำให้มากขึ้น เพื่อฟื้นฟูร่างกายให้มีความกระปรี้กระเปร่ามากที่สุด แต่นั่นก็อาจทำให้ร่างกายต้องสูญเสียแร่ธาตุสำคัญบางชนิดไปเช่นกัน

2.อยากน้ำตาลมากขึ้น

การลดน้ำหนักด้วยสูตรนี้ อาจทำให้เกิดความรู้สึกอยากน้ำตาลมากขึ้น โดยเฉพาะช่วง 2-10 วันแรกของการเริ่มต้นลดน้ำหนัก ซึ่งหากไม่สามารถหักห้ามใจตัวเองได้ จากความตั้งใจที่จะลดน้ำหนัก ก็จะกลายเป็นความล้มเหลวและเพิ่มน้ำหนักตัวแทน ที่สำคัญอย่าคิดใช้วิธีทดแทนด้วยของหวานจากสารให้ความหวานเด็ดขาด เพราะนั่นจะยิ่งกระตุ้นให้ร่างกายมีความอยากน้ำตาลมากขึ้นไปอีก

3.เป็นนิ่วในไต

นิ่วในไต เป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อย แต่เมื่อลดน้ำหนักด้วยสูตร Ketogenic Diet ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะนิ่วในไตสูงเช่นกัน นั่นก็เพราะการลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ จะทำให้เกิดการสะสมตัวของก้อนแคลเซียมในปัสสาวะสูงมากกว่าปกติ ส่งผลให้ไตต้องทำงานหนักมากขึ้น จนเกิดความผิดปกติและเป็นนิ่วในไตได้นั่นเอง

4.มีอาการปวดหัว

เมื่อเริ่มลดน้ำหนักด้วยสูตรคีโตเจนิค ไดเอท ในระยะหนึ่ง ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า คีโตซีส หรือภาวะที่ร่างกายมีการขาดแร่ธาตุบางชนิดไป จึงอาจส่งผลให้มีอาการปวดหัวบ้างเล็กน้อย และมีอาการร้อนๆ หนาวๆ เหมือนจะเป็นไข้ แต่หากผ่านระยะนี้ไปได้แล้ว อาการปวดหัวจะไม่ค่อยเกิดขึ้น

5.ระบบขับถ่ายแปรปรวน

การลดน้ำหนักด้วยสูตรนี้ อาจมีปัญหาระบบขับถ่ายเกิดการแปรปรวนได้ เพราะร่างกายได้รับไฟเบอร์น้อยลง ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในการควบคุมระบบขับถ่ายให้ปกติ ดังนั้นจึงอาจมีอาการท้องผูกเกิดขึ้น ซึ่งก็สร้างความทรมานและความรำคาญใจได้ไม่น้อย หรือในอีกกรณีหนึ่งหากเกิดความผิดปกติในการดูดซึมสารอาหารของลำไส้ ก็จะทำให้เกิดอาการท้องเสียได้เหมือนกัน

6.เป็นตะคริวได้ง่าย

อาการเป็นตะคริว อาจเกิดได้ง่าย ในผู้ที่ลดน้ำหนักด้วยสูตร Ketogenic Diet เพราะร่างกายได้สูญเสียแร่ธาตุที่จำเป็นบางชนิดไป โดยเฉพาะแร่ธาตุแมกนีเซียม ที่มีผลต่อการหดเกร็งของกล้ามเนื้อโดยตรง ถึงแม้ว่าสูตรนี้จะเน้นการกินโปรตีนมากๆ แต่ก็ยังเสี่ยงต่อการเป็นตะคริวได้บ่อยอยู่ดี

7.ปัสสาวะบ่อยๆ

การลดน้ำหนักด้วยสูตร Ketogenic Diet อาจทำให้ปวดปัสสาวะบ่อยๆ ได้ เพราะช่วงแรกๆของการลดน้ำหนัก ร่างกายจะเน้นการเผาผลาญไกลโคเจนที่ถูกสะสมไว้บริเวณกล้ามเนื้อและตับมากที่สุด โดยไตจะทำหน้าที่ในการขับออกมาในรูปของปัสสาวะ ซึ่งเมื่อมีการเผาผลาญบ่อยครั้ง จึงทำให้เกิดอาการปวดปัสสาวะบ่อยด้วยนั่นเอง

การลดน้ำหนักแบบ Ketogenic Diet กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ซึ่งจากการทดสอบก็พบว่าให้ผลลัพธ์ที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว แม้จะมีผลข้างเคียงอยู่บ้าง แต่ก็คุ้มค่าที่จะลองจริงไหมคะ

ดังนั้นสำหรับใครที่อยากมีหุ่นสวยกระชับอย่างรวดเร็วทันใจ ลองมาลดน้ำหนักด้วยวิธีเหล่านี้กันดูสิ รับรองว่าผลลัพธ์ที่ได้ ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน

แต่อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าการลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ ควรสลับทำควบคู่ไปกับการลดน้ำหนักสูตรอื่นๆ ด้วย เพราะหากลดน้ำหนักด้วยสูตร Ketogenic Diet อย่างต่อเนื่อง อาจทำให้สุขภาพแย่ลงและฟื้นตัวในยามเจ็บป่วยได้ช้ากว่าปกติ

loading...

Related Posts

About The Author