เกิดอะไรขึ้นกับผิวเมื่อคุณล้างหน้า 6 ขั้นตอนนี้จะทำให้คุณมองเห็นภาพชัดขึ้น

สาเหตุของการเกิดสิว หลักๆ ก็มาจากการล้างหน้าไม่สะอาดหรือล้างหน้าไม่ถูกวิธีนั่นเอง โดยเฉพาะสาวๆ ที่แต่งหน้าเป็นประจำทุกวัน

หากล้างหน้าอย่างไม่สะอาดหมดจด ปัญหาสิวอุดตันก็จะตามมาติดๆ แน่นอน วันนี้เราจึงจะพาคุณไปดูสภาพผิวหน้าในแต่ละขั้นตอนของการล้าง

ตั้งแต่การเริ่มเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางด้วยคลีนซิ่งออยล์ ไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายว่าผิวหน้าผ่านกระบวนการอย่างไร และมีสิ่งสกปรกตกค้างในช่วงไหนของการล้างบ้าง

เพื่อให้คุณมองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้นว่า การล้างในขั้นตอนใดควรให้ความสำคัญมากที่สุด ซึ่งจริงๆ แล้วก็เรียกว่าสำคัญทุกขั้นตอนเลยก็ว่าได้

ดังนั้น เพื่อสภาพผิวหน้าที่สวยใสไร้สิว หากคุณได้มองเห็นภาพตามนี้แล้ว รับรองค่ะว่าต่อไปคุณจะใส่ใจกับการล้างหน้าอย่างพิถีพิถันยิ่งขึ้นแน่นอน

1.ผิวก่อนล้างเครื่องสำอาง

โดยปกติแล้ว ผิวหน้าจะแบ่งออกเป็น 2 ชั้นใหญ่ๆ คือพื้นผิวหน้าจริงที่อยู่ภายใต้ชั้นผิวซึ่งมีเครื่องสำอางทาทับไว้อยู่ กับผิวที่เป็นชั้นของเครื่องสำอาง

ซึ่งผิวสองส่วนดังกล่าวจะมีความมันส่วนเกินปะปนรวมกัน และมีสิ่งสกปรกต่างๆ ซึ่งในระหว่างทั้งสองชั้นนี้ก็จะมีสิวเสี้ยนแทรกตัวอยู่ด้วย

โดยเกิดมาจากการอุดตันของรูขุมขนบนผิวหน้าจริงจากชั้นของเครื่องสำอาง ทำให้เมื่อใดก็ตามที่คุณล้างเครื่องสำอางออกไม่สะอาดหมดจด รูขุมขนก็จะเกิดการอุดตันและทำให้ผิวหน้าเกิดสิวตามมา

2.ผิวในช่วงที่สัมผัสน้ำครั้งแรก

เมื่อผิวได้สัมผัสน้ำในช่วงแรกของการล้างหน้า น้ำก็จะชะล้างสิ่งสกปรกที่อยู่บนพื้นผิวชั้นบนสุดให้หลุดออกไป และชะล้างเครื่องสำอางบางส่วนให้หลุดออกตามไปด้วย

แต่ก็ยังไม่สามารถขจัดคราบเครื่องสำอางให้หลุดออกไปได้อย่างหมดจดในคราวเดียวได้ ดังนั้น หากคุณแต่งหน้าหนามากการใช้น้ำเปล่าล้างหน้าเพียงครั้งเดียว ย่อมไม่สามารถกำจัดคราบสิ่งสกปรกออกได้หมดแน่นอน

ก็จะเกิดปัญหาสิวอุดตัน อันเนื่องจากคราบเครื่องสำอางยังคงตกค้างอยู่ในรูขุมขนจนก่อให้เกิดปัญหาสิวดังกล่าว

3.ผิวหน้าในช่วงที่ทำความสะอาดด้วยคลีนซิ่งออยล์

ผิวหน้าในช่วงที่เช็ดทำความสะอาดด้วยคลีนซิ่งออยล์จะสามารถดึงเอาสิ่งสกปรกออกไปได้มากขึ้น และชำระคราบผิวเครื่องสำอางออกไปได้ส่วนหนึ่ง

แต่ก็ยังคงทิ้งสิ่งสกปรกภายในเอาไว้ เพราะยังไม่ได้ทำความสะอาดอย่างหมดจดล้ำลึกในขั้นตอนต่อไป

4.ผิวหน้าในช่วงล้างด้วยน้ำเปล่าหลังเช็ดด้วยคลีนซิ่งออยล์

หลังจากเช็ดด้วยคลีนซิ่งออยล์ไปแล้ว การล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าอีกครั้งจะช่วยทำให้คราบความมัน สิ่งสกปรกต่างๆ และเครื่องสำอางหลุดออกจากผิวหน้าได้อย่างเกลี้ยงเกลามากขึ้น

แต่ก็ยังไม่สะอาดหมดจดจากชั้นเครื่องสำอาง และสิ่งสกปรกส่วนเกินอยู่ดี

5.ผิวหน้าช่วงที่ใช้โฟมล้างหน้าหรือสบู่ฟอกทำความสะอาด

หลังจากล้างน้ำเปล่าแล้ว ขั้นตอนสำคัญในการขจัดสิ่งสกปรกต่างๆ บนใบหน้าก็คือ การใช้โฟมล้างหน้าหรือสบู่สำหรับล้างหน้าทำความสะอาดอีกครั้ง ด้วยการขัดถูให้ทั่วทุกจุดบนใบหน้าที่มีเครื่องสำอางหรือความมันส่วนเกินเกาะติดอยู่

ซึ่งในขั้นตอนนี้ ชั้นผิวที่เป็นเครื่องสำอางจะหลุดออกไป แล้วไปจับตัวรวมกับเนื้อฟองโฟมที่กำลังฟอกผิว

6.ผิวหน้าช่วงล้างด้วยน้ำเปล่าหลังฟอกด้วยโฟมหรือสบู่

ขั้นตอนสุดท้ายของการล้างหน้าคือ การล้างด้วยน้ำเปล่าหลังจากขัดถูด้วยโฟม เนื่องจากขั้นตอนก่อนหน้านั้นคราบสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางได้หลุดออกไปพร้อมกับการฟอกถูด้วยโฟมแล้ว

การล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดปิดท้ายอีกครั้ง ย่อมทำให้ผิวกลับมาสะอาดเกลี้ยงเกลา และปราศจากสิ่งสกปรกตกค้างได้อย่างมากขึ้น ส่งผลทำให้สภาพผิวหน้าเนียนใส

แต่หากส่องกระจบแล้วพบว่าผิวหน้ายังแลดูหมองไม่สว่างใส นั่นหมายความว่าคุณอาจจะล้างสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางออกไปไม่หมด

เมื่อได้ทราบสภาพผิวในแต่ละขั้นตอนของการล้างหน้าไปแล้ว จากนี้ไปสาวๆ ก็ควรใส่ใจพิถีพิถันเรื่องการทำความสะอาดผิวอย่างหมดจดมากขึ้น

โดยเฉพาะคนที่แต่งหน้าบ่อยๆ ควรเริ่มทำความสะอาดด้วยการเช็ดเครื่องสำอางด้วยคลีนซิ่งออยล์ โดยใช้แผ่นสำลีเช็ดจนกว่าสำลีจะขาวสะอาด

จากนั้นล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าปกติ และตามด้วยน้ำเปล่ ขั้นตอนสุดท้าย เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าคุณทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ำลึกหมดจดจริงๆ อาจจะเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์อีกทีก็ได้ เพียงเท่านี้ผิวหน้าก็จะสะอาดใส ไร้สิวได้แล้วค่ะ

Related Posts

About The Author