8 วิธีเยียวยาภาวะซึมเศร้าด้วยตนเอง

มีผู้คนมากมายที่มีอาการซึมเศร้า บางคนรู้ตัว แต่บางคนไม่รู้ตัว

โรคซึมเศร้าอาจดูไม่เป็นอันตราย แต่แท้จริงแล้วเป็นภัยเงียบ

เพราะได้คร่าชีวิตผู้คนมานักต่อนักแล้ว อย่างกรณีล่าสุดดาราตลกของ Hollywood อย่าง Robins Williams ที่ทั้งเก่ง ร่ำรวยและมีชื่อเสียง ก็ต้องมาตายเพราะอาการซึมเศร้า

การรักษาและเยียวยาโรคนี้มีหลายวิธี บางวิธีอาจได้ผลสำหรับบางคน แต่ไม่ได้ผลสำหรับทุกคน ดังนั้นโรคซึมเศร้าต้องการการเยียวยาและกำลังใจอย่างมากทั้งจากตัวเองและคนรอบข้าง เพราะต้องค่อยๆทำการรักษาไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอหนทางที่ใช่

สำหรับบางคนอาจเกิดสาเหตุมาจากสารเคมีในสมองไม่สมดุลกัน สามารถหายได้ด้วยการทานยา แต่อีกหลายเคสเหลือเกินที่ต้นตอปัญหามาจากจิตใจ หัวใจที่แตกสลายหรือความผิดหวัง ย่อมก่อให้เกิดอาการซึมเศร้าได้

Photo Credit: Lst1984

Photo Credit: Lst1984

สำหรับคนที่รู้สึกว่าตัวเองมีอาการซึมเศร้าหรือว่าต้องการช่วยเหลือคนที่เรารักที่เผชิญกับโรคนี้อยู่

เรามีวิธีการบรรเทาอาการซึมเศร้าอย่างง่ายๆมาแนะนำกัน ซึ่งมีทั้งหมด 8 วิธี อาจเริ่มต้นจากหนึ่งในวิธีเหล่านี้ หรือหลายๆวิธีรวมกันก็ได้

เทคนิคคือเลือกที่คิดว่าน่าจะถูกจริตกับตน อย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่ามันจะได้ผลหรือไม่ได้ผล หลักการคือทดสอบและค่อยตัดสินว่ามันดีหรือไม่ดี เริ่มจาก

1. ทำสมาธิ

มีผลการวิจัยและการศึกษามากมายถึงข้อดีของการทำสมาธิ เพราะการทำสมาธิแม้แค่วันละไม่กี่นาทีสามารถช่วยนำเราเข้าสู่ความเงียบสงบ ปรับสมดุลชีวิต ผ่อนคลายความเครียดและยังทำให้มีความแจ่มชัดในสมองและตนเองอีกด้วย ดังนั้นการฝึกสมาธิจึงเป็นวิธีที่ดีมากเพื่อช่วยเยียวยาและบรรเทาอาการซึมเศร้า เยื่อหุ้มสมองด้านซ้ายซึ่งเกี่ยวข้องกับลำดับขั้นของความสุขและความรู้สึกทางด้านบวกจะถูกปรับให้สูงขึ้นจากการทำสมาธิ จึงทำให้ผู้ฝึกสมาธิมีแนวโน้มที่จะมีอารมณ์ด้านบวกเพิ่มมากขึ้นกว่าผู้ที่ไม่ฝึก

2. โยคะ

โยคะดีต่อทั้งร่างกายและอารมณ์ มีการค้นคว้าพบว่าการฝึกโยคะเป็นประจำทำให้สารเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขและความรู้สึกดี มีปริมาณเพิ่มขึ้นมาก นอกจากนี้โยคะคือการฝึกร่างกายให้มีความยืดหยุ่น แข็งแรง เพิ่มความสมดุลให้แก่ร่างกาย เหมาะสมมากกับคนที่มีความเครียด กังวลหรือมีอาการซึมเศร้า เพราะเมื่อร่างกายได้มีการยืดเส้นยืดสาย เราจะรู้สึกผ่อนคลายและสบายตัวมากขึ้น ซึ่งโยคะสามารถทำได้ทั้งหลังตื่นนอนตอนเช้าและในตอนเย็น

3. มีกลุ่มเพื่อนที่ไว้ใจได้

มีการค้นคว้าวิจัยมามากกว่า 10 ปีแล้ว ว่ากลุ่มคนที่มีสัมพันธไมตรีกับผู้อื่นจำนวนมากมีอายุยืนกว่าคนที่มีเพื่อนน้อยถึง 22% และกลุ่มเพื่อนในที่นี้เราไม่ได้หมายถึงกลุ่มเพื่อนที่ชวนกันไปดื่มเหล้า เมายา ปาร์ตี้ ซิ่งรถหรือทำอะไรเสี่ยงตาย เพราะนั่นอาจจะทำให้อายุสั้นมากกว่าจะอายุยืน แต่หมายถึงกลุ่มเพื่อนที่เป็นกัลยาณมิตร คอยดูแลรับฟังช่วยเหลือกันและกัน มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน เพราะว่าการที่คนเรามีกลุ่มคนคอยหนุนนำจะทำให้คนเราสามารถรับมือกับความเครียดและความเจ็บป่วยทางใจได้

คิดง่ายๆว่าถ้าเราอกหักหรือสูญเสียคนรักไป ให้เราอยู่คนเดียวคงช้ำจนจะบ้าตาย มีความเสี่ยงสูงมากที่จะคิดสั้นและทำร้ายตัวเอง แต่ถ้าเรามีเพื่อนหรือผู้คนที่สามารถคุยเรื่องนี้ได้ มีคนให้เราระบายความในใจ แบ่งปันความเสียใจที่เรามี มีเพื่อนที่รับฟังและให้กำลังใจ เราจึงไม่รู้สึกโดดเดี่ยว และคนเราพอได้ระบายความอัดอั้นออกไป เรามักจะสบายใจมากขึ้น และนี่ทำให้การมีกลุ่มเพื่อนที่ดีมักทำให้คนเรารู้สึกมีคุณค่า มีกำลังใจในชีวิตมากขึ้น

นอกจากนี้การกอดยังช่วยปลอมประโลมใจคนที่กำลังอยู่ในช่วงเจ็บป่วยทางอารมณ์อีกด้วย เพราะเมื่อเรากอดใครสักคน ฮอร์โมน Oxytocin จะโลดแล่นไปทั่วร่างกายของเรา ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นปลอดภัย สบายใจมากขึ้น

4. หางานอดิเรกทำ

งานอดิเรกมักเป็นสิ่งที่เรารักที่จะทำ ช่วยดึงความสนใจจากอารมณ์ด้านลบได้ ดังนั้นถ้ารู้สึกเครียดหรือซึมเศร้า ควรหางานอดิเรกที่ทำแล้วจะมีสมาธิจดจ่อกับมัน เพราะนอกจากจะช่วยเบนความสนใจจากสิ่งที่ไม่น่าอภิรมย์แล้ว ยังทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นและสนุกกับชีวิตอีกครั้ง

5. ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยเพิ่มสารเอนโดรฟินส์ในร่างกาย ส่งเสริมพลังงาน ยกระดับอารมณ์ให้สูงขึ้นและยังเพิ่มความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเอง อย่าปล่อยให้การออกกำลังกายมีไว้สำหรับการลดน้ำหนักเท่านั้น มันมีประโยชน์ต่อร่างกายของเรามากกว่านั้น และสำหรับคนที่ไม่มีเวลาหรือไม่สามารถออกกำลังกายหนักๆได้ การทำงานบ้านก็ช่วยได้เหมือนกัน ตราบใดที่เราเคลื่อนไหวร่างกายมากกว่าปกติ ยิ่งเราขยับแข้งขยับขามากเท่าไหร่ ความเครียดและความหดหู่ใจก็ยิ่งออกไปจากชีวิตเรามากเท่านั้น

6. เลิกรับข่าวสารด้านลบจากสื่อ

ทุกที่ๆเราไปแทบจะ 24 ชั่วโมง สื่อที่เราพบเจอมีผลอย่างมากต่ออารมณ์ด้านลบของเรา ยกตัวอย่างง่ายๆ เคยไหมที่เจอข่าวฆ่าข่มขืนเด็ก และเราจะสามารถอารมณ์ดีแจ่มใสได้ทั้งวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อารมณ์อ่อนไหวง่ายกว่าปกติ ข่าวคนใจร้ายเหยียบลูกแมวจนตายคาเท้าอาจทำให้คนรักแมวทั้งหลายน้ำตาไหลและหดหู่ไปทั้งวัน รวมทั้งเพลงเศร้าทั้งหลายโดยเฉพาะเพลงอกหักที่แต่งได้เศร้าจับได้ ทำให้อดหวนคิดถึงวันเก่าๆไม่ได้ จากที่อารมณ์ดีๆอยู่ กลายเป็นเศร้าเสียอย่างนั้น

เราควรเลือกรับสื่อ เราต้องเข้าใจว่าสื่อเขาต้องหากินกับข่าว ยิ่งคนสนใจมาก เขาก็ยิ่งขายดี ดังนั้นเขาจะพยายามเล่นข่าวที่สะเทือนอารมณ์คนหมู่มากเพื่อฟีดแบ็ก เราจะไปบังคับสื่อให้ทำตามใจเราไม่ได้ แต่เราเลือกได้ว่าจะรับสิ่งใดหรือไม่รับสิ่งใด อย่าลืมว่าเรามีหน้าที่ดูแลจิตใจตัวเราเอง

7. รับการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญ

การเจ็บป่วยทางจิตใจมีความสำคัญไม่แพ้ความเจ็บป่วยทางกาย ถึงแม้ว่าจะมองไม่เห็นเด่นชัด แต่ถ้าเราปล่อยไว้เรื้อรัง มันก็อาจจะทำร้ายร่างกายเราไปด้วย ถ้าคุณพบว่าตัวเองเข้าข่ายโรคซึมเศร้าหรือพบว่าคนใกล้ชิดมีอาการเข้าข่าย อย่าคิดว่ามันไม่สำคัญ อย่าอายที่จะเข้ารับคำปรึกษาหรือทำการรักษา หลายคนหลีกเลี่ยงเพราะกลัวถูกหาว่ามีอาการทางจิต ถูกตัดสินหรือถูกเข้าใจผิด ยิ่งถ้ากลัวแบบนี้ยิ่งต้องรีบเข้ารักษากับผู้เชี่ยวชาญ เพราะเหล่าผู้เชี่ยวชาญสามารถให้คำแนะนำและวินิจฉัยอาการของเราได้แม่นยำ และพวกเขาก็มีจิตวิทยามากพอที่จะเข้าใจเราได้ อย่าลืมว่าเขาร่ำเรียนด้านนี้มา เขาย่อมเต็มใจที่จะรักษาเราและให้กำลังใจเราจนกว่าเราจะดีขึ้นหรือหายดี ดังนั้น อย่ากลัวและอย่าอาย

8. จงรักตัวเอง

การรักตัวเองเป็นหนึ่งในวิธีที่ได้ผลดีที่สุด แต่ไม่ได้ถูกใช้อย่างแพร่หลาย เหตุผลคือน้อยคนนักที่จะถูกสอนให้รักตัวเอง การรักตัวเองหาใช่ความเห็นแก่ตัว แต่คือการเมตตาและปรารถนาดีต่อตัวเราเองไม่แพ้คนอื่นๆที่เรารัก เมื่อเรารักใครสักคน เราก็อยากให้เขายิ้มแย้ม มีความสุข ได้กินอาหารดีๆ นอนหลับสบาย รู้สึกอบอุ่นปลอดภัยและเติมเต็ม ใช่ไหม? ดังนั้น เราควรมอบสิ่งเหล่านี้ให้ตัวเองบ้าง ไม่ต้องรอใครมามอบให้เราหรอก พาตัวเองไปนวดเท้าหรือนวดสปา แช่น้ำอุ่นกลิ่นอโรมาเพื่อความผ่อนคลาย หรือจองทริปท่องเที่ยวให้ตัวเองไปพักผ่อน เราไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากมายเพื่อซื้อความสุขให้ตัวเราเอง

ถ้าไม่มีใครให้กอดก็กอดตัวเอง และถ้าตอนนี้กำลังโกรธหรือโมโหตัวเองกับความผิดใดๆ ก็ถึงเวลาที่จะให้อภัยตัวเองแล้วนะ เชื่อสิว่า ไม่มีใครรักตัวเราได้มากกว่าเราเองหรอก เริ่มหัดรักตัวเองเพิ่มขึ้นวันละนิดๆ คุณจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในชีวิต ไม่เชื่อลองดูสิ

ภาวะซึมเศร้าเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางรักษา เพราะอาการทางใจย่อมรักษาได้ด้วยใจเช่นกัน ลองนำ 8 วิธีนี้ไปลองใช้ ไม่ว่าคุณจะมีอาการซึมเศร้าหรือไม่มีก็ตาม ทุกคนที่ทำตาม 8 วิธีนี้รับประกันได้ว่าจะมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นแน่นอน

Related Posts