เชื่อสิ ใครๆก็วิ่งมาราธอนได้

การวิ่งมาราธอนดูเป็นกีฬาที่น่าเหน็ดเหนื่อยอย่างแสนสาหัสสำหรับหลายๆคน โดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยนิยมการออกกำลังกาย เพราะการวิ่งหลายกิโลโดยแทบไม่ได้พักนี่ดูเป็นสิ่งที่บ้าเอามากๆ แต่เชื่อไหม ก็เพราะมันดูบ้าและดูยากนี่แหละ ทำให้หลายคนเลือกที่จะเข้าสู่วงการนี้อย่างเต็มตัว คนบางคนวิ่งมาราธอนทุกครั้งที่มีโอกาส แต่สำหรับบางคนครั้งเดียวก็เกินพอ ถ้าคุณยังไม่เคยวิ่งมาราธอนมาก่อนหรือว่าเคยวิ่งแล้ว และอยากจะทำผลงานให้ดีกว่าเดิม เรามีคำแนะนำที่ใช้ได้ผลดีมากๆมาบอกกัน

เชื่อสิ ใครๆก็วิ่งมาราธอนได้

1.       พิถีพิถันในการเลือกสนาม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณไม่เคยวิ่งมาราธอนมาก่อน คุณควรศึกษาเส้นทางของการวิ่งให้ดีเพื่อจะได้เตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน ปกติแล้วถ้าเส้นทางการวิ่งมีระยะทางยาวและวนเป็นลูปซ้ำๆ มันค่อนข้างจะน่าเบื่อ ถ้าจะให้ดีลองเลือกเส้นทางที่มีอะไรแปลกใหม่อยู่ตลอดเส้นทาง วิธีนี้จะทำให้เรารู้สึกตื่นตาตื่นใจไปด้วยไปขณะวิ่ง และสามารถลดความเหนื่อยได้บ้างนิดหน่อย

นอกจากนี้อย่าลืมศึกษาลักษณะของเส้นทางว่ามีเป็นทางราบหรือมีเนินเขาหรือไม่ ระหว่างทางมีจุดพักให้ดื่มน้ำหรือจุดปฐมพยาบาลหรือไม่ ถ้ามีจุดพักดื่มน้ำมากพอ มันจะดีกว่าถ้าเราจะไม่ต้องแบกของไปพะรุงพะรังให้เป็นอุปสรรคต่อการวิ่ง

2.       หาคู่หูวิ่งมาราธอน

อย่างที่เขาบอกว่า “สองหัวดีกว่าหัวเดียว” สำหรับหลายๆคน การมีเพื่อนวิ่งด้วยนั้นให้ความรู้สึกที่ดีกว่าการวิ่งคนเดียว เปรียบเหมือนเรามีเพื่อนร่วมทางไปด้วย ทำให้รู้สึกไม่โดดเดี่ยว เพราะหลายครั้งที่เราจะรู้สึกเหนื่อยมากจนอยากจะหยุดหรือล้มเลิกไป แต่เพื่อนนี่แหละที่จะคอยเป็นกำลังใจให้เรา และไม่ทิ้งเรา ถ้าไม่ไหวก็ช่วยพยุงกันไป ก่อให้เกิดมิตรภาพที่แนบแน่นงดงามยิ่งขึ้น และต่อให้เราไม่มีเพื่อนไปวิ่งด้วย เราอาจได้มิตรภาพใหม่ๆจากการวิ่งมาราธอนก็ได้ อย่ามัวแต่ใส่หูฟัง ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งจนเกินไป ให้ลองมองคนรอบๆข้างว่าพวกเขาเป็นอย่างไรกันบ้าง อาจต้องการความช่วยเหลืออะไรไหม เราสามารถหยิบยื่นน้ำใจให้ใครได้บ้างหรือเปล่า

การมีคู่หูวิ่งมาราธอนด้วยกันนอกจากจะช่วยกระตุ้นตัวเราแล้ว ยังทำให้เรารู้สึกสนุกและเพลิดเพลินมากขึ้น เพราะปกติแล้วการทำอะไรนานๆหลายชั่วโมงแบบการวิ่งมาราธอนนี้อาจทำให้หลายคนทานทนไม่ไหวกับช่วงเวลาที่ยาวนาน สามชั่วโมงสำหรับบางคนอาจรู้สึกเหมือนสามวันในช่วงเวลาที่เราเหนื่อยและหมดแรง แต่ถ้าเรามีเพื่อนผู้รู้ใจร่วมทางด้วย ระยะเวลาสามชั่วโมงอาจทำให้รู้สึกเหมือนแค่ชั่วครู่เดียวเท่านั้น

3.       ลงทุนซื้อรองเท้าวิ่งดีๆไปเลย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่มีปัญหาการบาดเจ็บที่หัวเข่า การเลือกรองเท้าดีๆเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด การวิ่งมาราธอนนั้นใช้เวลาหลายชั่วโมง จึงควรให้ความใส่ใจรองเท้าเป็นพิเศษ อย่าคิดว่าใส่รองเท้าอะไรก็ได้ เพราะรองเท้าวิ่งที่ดีจะช่วยลดการบาดเจ็บและยังช่วยสร้างความสมดุลในการวิ่ง มีรองเท้ามากมายหลายยี่ห้อจำหน่ายก็จริง แต่เราควรเลือกรองเท้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของเราจริงๆ เข้ากับสรีระรูปเท้าของเรา มีความเบา สบาย แต่ทนทานและไม่กัด ไม่บีบเท้า การทดลองใส่แค่ผิวเผินอาจไม่พอ ถ้าเจอคู่ที่ถูกใจให้ซื้อมาทดลองซ้อมวิ่งก่อนงานวิ่งจริงจะดีที่สุด เพื่อเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของรองเท้าไปในตัว

4.       เตรียมตัวด้านโภชนาการให้ดี

ร่างกายปกติของมนุษย์เราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้วิ่งยี่สิบกว่าไมล์ได้โดยไม่ต้องดื่มน้ำ ดังนั้น ควรศึกษาเรื่องการทานอาหารในแบบฉบับของนักวิ่งมาราธอนให้ดี ปกติแล้วนักวิ่งทั่วไปต้องการน้ำในปริมาณ 16 ออนซ์ ต่อ การวิ่งหนึ่งชั่วโมง ถ้าคุณไม่ต้องการแบกขวดน้ำไปด้วยให้เกะกะ ให้ศึกษาเส้นทางของจุดพักดื่มน้ำให้ดีว่าอยู่ตรงส่วนไหนบ้าง และกว่าจะวิ่งไปถึงแต่ละจุดนั้นใช้เวลานานแค่ไหน ร่างกายของเราทนการขาดน้ำไหวหรือไม่

มันไม่แปลกอะไรถ้าเราจะพกอาหารเพิ่มพลังงานหรือกล้วยหอมไปด้วย เพราะร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนสามารถวิ่งโดยไม่กินอะไรเลยก็ได้ แต่สำหรับบางคนอาจหมดแรงไปก่อน จึงต้องมีการเติมพลังงานบ้างตามสมควร ทางที่ดีเราควรซ้อมวิ่งก่อนถึงการวิ่งจริง เพื่อที่เราจะรู้ว่าร่างกายเราต้องการน้ำหรือพลังงานอื่นๆมากแค่ไหน

นอกจากนี้สิ่งที่ควรทำคือการงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1-2 วันก่อนการแข่ง เพื่อลดความเสี่ยงภาวะขาดน้ำในร่างกาย ระหว่างนี้ก็พยายามดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการร่างกาย ก่อนแข่ง 2 ชั่วโมงสามารถทานอาหารได้ แต่ให้เลือกทานอาหารเช้าที่ให้พลังงานพอเหมาะ อย่าอดอาหารเพราะอาจเป็นลมล้มพับไปเสียก่อน การทานข้าวโอ้ต กล้วยหอม ขนมปังทาเนยถั่วจะเป็นขุมทรัพย์พลังงานที่ดีให้แก่ร่างกายเราได้

5.       เสริมความมั่นใจในตัวเองและสนุกกับมัน

นักวิ่งมาราธอนมือใหม่มักเสียเวลาหลายวันไปกับการวิตกกังวลถึงการแข่งขัน บางคนถึงขั้นนอนไม่หลับ ถ้าเป็นแบบนี้ร่างกายของเราจะมีความพร้อมต่อการแข่งขันได้อย่างไร เทคนิคคืออย่าไปใส่ใจกับเรื่องที่ยังมาไม่ถึง ถ้าเราฝึกซ้อมดีแล้ว จงมั่นใจในตัวเองว่าเราจะสามารถผ่านพ้นไปได้ไม่ว่าจะเจอกับการแข่งขันรูปแบบไหน เพราะเมื่อคนเรารู้สึกมั่นใจและผ่อนคลาย ร่างกายจะปรับตัวให้เข้ากับสภาวะการแข่งขันได้เอง เมื่อไม่มีความเครียด ทุกอย่างก็จะลงเอยด้วยดี

แต่กระนั้นก็ขอให้ตั้งเป้าหมายในการวิ่งมาราธอนให้เหมาะสมกับตัวเอง อย่าตั้งความหวังสูงเกินไป เพราะนั่นเป็นสาเหตุของความเครียดและวิตกกังวล จงสนุกกับมันไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร อย่างน้อยถ้าเราทำดีที่สุด นั่นก็คือประสบความสำเร็จแล้ว

การวิ่งมาราธอนครั้งแรกคือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดก็จริง เราอาจหวาดหวั่นเล็กน้อย อาจรู้สึกไม่มั่นใจ แต่การเตรียมความพร้อมที่ดีจะช่วยเสริมความมั่นใจและสร้างพลังทางบวกได้ ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่กำเนิด ทุกคนต้องมีครั้งแรกเสมอ คนที่วิ่งมาราธอนได้ดีก็เป็นผลมาจากการที่เขาฝึกฝนตัวเอง ถ้าเราอยากทำผลงานได้ดีก็ต้องหมั่นฝึกซ้อม ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี ไม่แน่นะ คุณอาจจะหลงรักการวิ่งมาราธอนจนถอนตัวไม่ขึ้นก็ได้
Photo Credit: Juanedc via Compfight cc

Related Posts