เลิกการไอเดทแบบนับแคลอรี่ซักที

ถ้าคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่คิดว่า 1 แคลอรี่ก็เท่ากับ 1 แคลอรี่เหมือนๆกัน

ไม่ว่ามันจะมาจากผักหรือเค้ก เห็นทีว่าต้องลองคิดใหม่เสียแล้ว

เพราะไม่อย่างนั้น คนที่เลือกการไดเอทแบบนับแคลอรี่แต่ละวันก็ได้ผลกันถ้วนหน้าแล้วน่ะสิ

จริงๆแล้ว การนับแคลอรี่ในอาหารการกินทุกอย่างนั้นไม่ใช่หนทางที่ดีที่สุดในการลดน้ำหนัก เพราะแต่ละแคลอรี่นั้นมีค่าไม่เท่ากัน คนที่นับแคลอรี่ส่วนใหญ่จะเลือกรับประทานอาหารปริมาณน้อยและไม่เพียงพอต่อความต้องการร่างกายในแต่ละวัน

จึงทำให้สุดท้ายแล้วเราจะรู้สึกหิว หงุดหงิดและไม่เห็นผลเท่าใดนัก พอคนเราหงุดหงิดและอารมณ์ไม่ดีเมื่อลดน้ำหนัก

สุดท้ายแล้วเราก็มักจะลงเอยด้วยการกลับไปกินเหมือนเดิม เพราะร่างกายไหนเล่าจะทนกับความหิวโหยและความรำคาญใจได้นาน และนั่นก็เป็นอีกเหตุผลที่การนับแคลอรี่ไม่ประสบผลสำเร็จอย่างที่ควรจะเป็น

เรามาเรียนรู้ข้อเท็จจริง สิ่งที่ควรทราบในการลดน้ำหนักกันดีกว่า ว่าสิ่งไหนคือข้อบกพร่องของเรา

เลิกการไอเดทแบบนับแคลอรี่ซักที

1. แคลอรี่อาหารแต่ละชนิด ไม่สามารถเทียบกันได้

ถึงแม้ว่ามันอาจจะถูกนำมาเปรียบเทียบในปริมาณเท่ากัน หรืออาหารที่เรากินมันดูเหมือนๆกัน เราก็เลยติ๊ต่างว่ามันน่าจะให้พลังงานเท่าๆกัน ซึ่งความคิดนี้ผิดมหันต์ การพิจารณาอาหารเพียงแค่รูปลักษณ์ข้างนอกนั้นทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จกับการลดน้ำหนักเลย

สิ่งที่เราควรใส่ใจคือสารอาหารที่ได้จากสิ่งที่เรากินมากกว่า ไม่ใช่พลังงานที่เราได้รับ ถ้าเราทานอาหารเช้า ปริมาณพลังงาน 300 กิโลแคลอรี่ แต่ว่ามีแต่คาร์โบไฮเดรต ไขมันและโซเดียม มันก็ย่อมต่างจากการที่เรารับประทานอาหารพลังงาน 300 เท่ากัน แต่มีโปรตีนสูง ไขมันต่ำ มีคาร์โบไฮเดรตเพียงพอ และโซเดียมน้อยแน่นอน เพราะโซเดียมเยอะๆจะทำให้เราบวมน้ำ คาร์บและไขมันก็จะมีแต่ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น จนมันพอกพูนกลายเป็นไขมันในร่างกายของเราอีก ซึ่งนอกจากจะไม่ผอมแล้วยังบวมขึ้นด้วย

2. อาหารขยะก็คืออาหารขยะ

อันนี้เพื่อตอกย้ำเหตุผลด้านบน ว่าแคลอรี่ที่เรากินไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ เพราะเมื่อเรากินอาหารขยะเข้าไป (พวกอาหารไม่เน้นสารอาหาร มีแต่คาร์บและไขมัน ) มันจะทำปฏิกิริยากับร่างกายของเรา เพราะถึงแม้ว่าคาร์บจะจำเป็นต่อร่างกาย แต่ถ้าเราได้รับมากไปมันก็จะแปรรูปกลายเป็นสะสมไขมันให้ร่างกายเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้การทานอาหารโดยไม่เน้นที่แคลอรี่อย่างเดียว แต่ไม่สนใจโภชนาการว่าเราได้รับวิตามิน เกลือแร่ต่างๆเพียงพอไหมในแต่ละวันนั้น จะทำให้น้ำตาลในเลือดไม่คงที่ เกิดภาวการณ์เปลี่ยนแปลงของระบบร่างกายที่ถึงแม้เรามองไม่เห็น แต่ก็จะรู้สึกได้ เช่น ความหิวโหย ความอ่อนเพลีย ง่วงนอน เบื่อหน่าย ซึ่งภาวะอารมณ์ที่เราแสดงออกมาเกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหารโดยตรง
สรุปได้ว่า การได้รับสารอาหารที่ดีเพียงพอ สำคัญกว่าการนับแคลอรี่มากๆ ถ้าเราอยากจะมีสุขภาพดีและรูปร่างดี

3. บางครั้งการนับแคลอย่างเดียวก็คือการทำร้ายตัวเองชัดๆ

ยิ่งการนับแคลโดยไม่สนว่าที่กินน่ะมันคืออะไร ขอแค่มันมีพลังงานต่ำ ไขมันต่ำเป็นพอ แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เราเอาเข้าปากไป มันอาจมีสารก่ออันตรายตั้งมากมาย ที่เราอาจจะรู้แต่อาจไม่สนใจ ขอเพียงแค่ผอมก็พอ (เอางั้นเลยเหรอ?)

บางครั้งคนเราก็มักง่าย เน้นสะดวกเข้าไว้ กินข้าวแช่แข็ง โดยอาศัยอุ่นไมโครเวฟเอา คิดว่าดูแค่ฉลากว่ามันมีพลังงานเท่าไหร่ก็เพียงพอ แล้วก็รู้สึกดีว่าฉันนี่เป็นคนฉลาดจัง ฉันกินนับแคลแบบนี้ต้องผอมเร็วแน่ๆเลย แต่รู้ไหมว่าการรับประทานอาหารที่ไม่ปรุงสด นอกจากจะไม่ได้รับสารอาหารที่เต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้ว ยังมีสารเคมีอีกมากโขที่เข้าไปกับอาหารเราด้วย ทั้ง GMO เครื่องปรุงที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ระคายเคือง เปรียบได้เหมือนการยัดเอาก้อนเคมีอะไรสักอย่างที่อาจจะกินอิ่มท้อง แต่ว่าไม่ได้มีประโยชน์อะไรเท่าไหร่ ไร้ซึ่งโปรตีน ไฟเบอร์ ไขมันดี ฯลฯ

ผลลัพธ์น่ะเหรอ? คนส่วนใหญ่มักจะรู้สึกสุขภาพแย่ลงและไม่สดชื่นเหมือนก่อน ซึ่งบางทีก็คิดเข้าข้างตัวเองว่า “อาจจะเป็นผลของการไดเอทก็ได้ อาจเพราะร่างกายกำลังเผาผลาญอยู่” โถ คุณเอ๋ย ถ้ามันใช่ก็ดีน่ะสิ ลองกินแบบนี้ซัก 1 เดือนสิ รับรองโรคภัยไข้เจ็บจะเริ่มถามหา ร่างกายจะอ่อนแรง และคุณอาจจะผอมจริง แต่เพราะป่วยไข้ไม่สบายจนกินไม่ได้มากกว่า

4. แต่ว่าดาราบางคนก็ลดน้ำหนักได้เพราะนับแคลนะ!

จริงอยู่ที่เขาทำได้ จริงๆคุณก็ทำได้นะ แต่มันจะเสี่ยงตายเกินไปไหม? ไอ้ลัทธิ 500 แคลหรือจะกี่แคลก็ตาม มันเป็นอะไรที่เสี่ยงตายมากๆ เป็นความรู้ที่ผิดๆที่ถูกนำมาเผยแพร่โดยคนที่เป็น “ดารา” นี่ก็เป็นอีกปัญหาของสังคมเรา ที่เชื่อคนง่ายเหลือเกิน แค่เห็นว่าเค้าเป็นดารา เป็นคนของประชาชน น่าจะไม่โกหกเราหรอก และก็แห่ทำตามกัน สุดท้ายพอมีปัญหา ดาราเขาก็ไม่ช่วยเราหรอกนะ

บางสิ่งที่มันทำได้ มันไม่จำเป็นต้องดีเสมอไป สิ่งที่คนอื่นทำกันเยอะๆก็ไม่จำเป็นต้องถูกต้อง ยาลดความอ้วนเอย การนับแคลเอย ดูดไขมัน สูตร 3 วัน 7 วัน ฯลฯ ซึ่งมันมีวิธีแบบนี้จริงๆ แต่ถามหน่อยว่ามันใช่วิธีที่ดีที่สุดไหม? ถ้าพูดกันตรงๆ มันก็แค่หนทางของคนขี้เกียจเท่านั้น ทั้งๆที่การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ทุกคนทำได้ และราคาไม่แพง ไม่จำเป็นต้องไปฟิตเนสเพื่อออกกำลังกายก็ได้ แค่วิ่งรอบหมู่บ้าน กระโดดเชือก หรือถ้าไม่มีเชือกก็แค่กระโดดตบ ไม่ต้องใช้เงินหรือพื้นที่ใดๆเลย

แต่ทำไมคนส่วนใหญ่ไม่ยอมทำกัน? ง่ายๆ คือ ขี้เกียจ และก็แห่ไปซื้อยาลดความอ้วน ทำสูตร 7 วัน นั่งนับแคลอรี่ หวังว่าจะผอม น้ำหนักจะลดเร็วๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่ใช่วิธีที่ถาวรเลย เพราะน้ำหนักที่ลดน่ะ 90% มันคือของเหลวในร่างกายมากกว่า ไขมันมันก็อยู่เหมือนเดิมแหละ อย่าหลอกตัวเองเลย

5. เอาขนมและของหวานออกไปไกลๆ เริ่มทานอาหารที่ “ใช่” จริงๆเสียที

ต่อไปนี้ เลิกนับแคลอรี่เถอะนะ เพราะหนทางที่ดีที่สุดสำหรับการสร้างรูปร่างที่ดูดี ขจัดไขมันส่วนเกินออกอย่างเป็นธรรมชาติ คือการ กินให้ถูก ไม่ใช่การกินแบบอดๆอยากๆ หรือกินโดยนับแค่แคลอรี่เท่านั้น
เมื่อเรากินอาหารที่ดี มีประโยชน์ สมองเราจะได้รับสัญญาณที่ดีว่าอาหารที่เข้ามาสู่ร่างกายเราเป็นของดี มีประโยชน์ ครบถ้วนด้วยสารอาหารและวิตามินที่ร่างกายจำเป็น มีหลักฐานมากมายว่าการไดเอทด้วย โลว์คาร์บ (Low Carb) สร้างความพึงพอใจให้ทั้งแก่ระบบร่างกายและตัวเราเองได้มากกว่า “ไฮคาร์บ (Hi Carb)”

ทั้งนี้ทั้งนั้น นอกจากการรับประทานโปรตีนที่ดี ผักสดผลไม้ที่ไม่หวานจนเกินไป และคาร์บชั้นดีจากข้าวกล้อง อาหารไม่ขัดสีทั้งหลายแล้วนั้น เราไม่ควรลืมแหล่งไขมันชั้นดี เช่น น้ำมันมะพร้าว อะโวคาโด ถั่วต่างๆ และจากเนื้อสัตว์ปลอดสาร เพราะว่าร่างกายเรามีความจำเป็นต้องใช้ไขมันที่ดีเพื่อให้ระบบร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพทั้งวัน

จงเปลี่ยนความคิดที่ว่า “ความอ้วน มาจากไขมัน” เพราะจริงๆแล้ว ส่วนเกินในร่างกายของเรานั้นมาจากอาหารที่เรารับประทานแต่ละวันแต่ถูกเผาผลาญไม่หมดจนกลายเป็นส่วนเกินต่างหาก

ให้ลองสังเกตตัวเอง สำหรับคนที่ปกติเอาแต่นับแคล โดยไม่ได้ดูว่าวันๆกินอาหารแบบไหนเข้าไปนั้น สมมติว่าปกติเราจำกัดพลังงานแค่วันละ 1200 กิโลแคลอรี่ สำหรับการไดเอท ตอนนี้ให้เปลี่ยนเป็น จัดอาหารให้ได้วันละ 1200 กิโลแคลอรี่เหมือนเดิม เพียงแต่เน้นให้วันๆหนึ่ง ทานคาร์โบไฮเดรตไม่ขัดสีแต่พอเหมาะ เน้นโปรตีนที่ดีจากสัตว์ เช่น ไข่ ปลาจืด หรือไก่ไม่ติดหนัง เพราะโปรตีนจะทำให้เราอิ่มได้นานขึ้น ไม่เกิดอาการโหยระหว่างมื้อมาก อาหารที่ควรมีติดไว้ก็คือ ผลไม้ไม่หวาน ไม่ฉ่ำ ถั่วต่างๆที่ไม่เค็มจนเกินไป โยเกิร์ตไขมันต่ำ ฯลฯ รับรองว่ารูปร่างและระบบขับถ่ายจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแน่นอน

Photo Credit: Let Ideas Compete via Compfight cc

Related Posts